ปลัดกระทรวงมหาดไทย ติวเข้ม “การเป็นข้าราชการที่ดี” แก่ข้าราชการบรรจุใหม่

Last updated: 30 มี.ค. 2565  |  2390 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ปลัดกระทรวงมหาดไทย ติวเข้ม “การเป็นข้าราชการที่ดี” แก่ข้าราชการบรรจุใหม่

ปลัดกระทรวงมหาดไทย ติวเข้ม “การเป็นข้าราชการที่ดี” ให้กับข้าราชการบรรจุใหม่ เน้นย้ำ “ครองตน ครองคน ครองงาน ครองใจ” มุ่งมั่นปฏิบัติราชการด้วยแรงปรารถนา Change for Good สร้างสิ่งที่ดีให้เกิดขึ้นกับประเทศชาติและประชาชนอันเป็นที่รักยิ่งอย่างยั่งยืน

วันที่ 30 มีนาคม 2565 เวลา 08.20 น. ที่ห้องประชุมอัษฎางค์ และห้องประชุมราชบพิธ ชั้น 5 อาคารดำรงราชานุสรณ์ กระทรวงมหาดไทย นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดและบรรยายพิเศษ ในหัวข้อ “การเป็นข้าราชการที่ดี” ให้กับข้าราชการบรรจุใหม่ในสังกัดกระทรวงมหาดไทยผู้เข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรการเป็นข้าราชการที่ดีรุ่นที่ 86 โดยมี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ด้านบริหาร นายบุญธรรม ถาวรทัศนกิจ ผู้อำนวยการสถาบันดำรงราชานุภาพ นางสาวรัตนา สรภูมิ ผู้อำนวยการวิทยาลัยมหาดไทย พร้อมด้วยผู้บริหารสถาบันดำรงราชานุภาพ ข้าราชการบรรจุใหม่ในสังกัดกรมการพัฒนาชุมชน กรมที่ดิน กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย รวม 100 คน ร่วมรับฟัง

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับข้าราชการบรรจุใหม่ทุกคนที่ได้มีโอกาสดีของชีวิตได้มาเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาเป็นชาวมหาดไทยที่มีอุดมการณ์ในการที่จะช่วยบำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งทุกคนคือความหวังของพี่น้องประชาชน ของครอบครัว และของกระทรวงมหาดไทย ที่ต้องมุ่งมั่นตั้งใจทำงานในการอุทิศ ช่วยเหลือ พสกนิกรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นั่นคือ “พี่น้องประชาชน” เพื่อ Change for Good ให้ประเทศชาติและพี่น้องประชาชนได้รับสิ่งที่ดี มีความสุข ได้รับบริการที่ดี บนพื้นฐานของ “การเป็นข้าราชการที่ดี” ด้วยการยึดถือระเบียบวินัยของราชการซึ่งเป็นเหมือนศีลในทางศาสนา อันหมายถึง สิ่งที่ทำให้เราเป็นปกติ ไม่ได้ทำให้เราเหนือพิเศษไปกว่าคนอื่น เป็นมาตรฐาน เป็นพื้นฐาน เริ่มตั้งแต่การยึดมั่นในระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เทิดทูนและจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ดำรงอยู่ในฐานะเป็นที่เคารพรัก ทรงมีคุณูปการต่อประเทศชาติ มีพระมหากรุณาธิคุณต่อพสกนิกรอย่างใหญ่หลวง ทรงเป็นผู้นำดูแลประเทศชาติ ดูแลคนไทยให้มีความปกติสุข ประเทศชาติมีความเป็นเอกราช ทุกคนอยู่รอดปลอดภัย มาจวบจนถึงปัจจุบัน และในส่วนของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยนั้นเป็นการให้สิทธิเสรีภาพกับพี่น้องประชาชนตามกรอบที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ โดยไม่ไปล่วงละเมิดความปกติสุขของคนอื่น ซึ่งทุกคนต้องใช้สิทธิเสรีภาพอยู่ในขอบเขตของกฎหมาย บ้านเมืองจึงจะเป็นปกติสุข

“วินัยของข้าราชการที่วางไว้ก็เหมือนกับกฎเกณฑ์ที่ทำให้คนหมู่มากสามารถใช้ชีวิตอย่างปกติสุขเหมือนในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขหรือสังคมประชาธิปไตยรูปแบบอื่น ๆ ทั่วโลก ทุกประเทศก็ล้วนมีกฎเกณฑ์ที่จะทำให้คนในสังคมอยู่ด้วยกันอย่างปกติสุข ถ้าเราไม่มีระเบียบวินัย ก็ต้องถูกตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง และถูกลงโทษทางวินัยข้าราชการ และถูกลงโทษในทางกฎหมายทั่วไป ทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา ทุกคนจึงต้องตระหนักและตักเตือนใจของตนเองในการเป็นผู้รับผิดชอบ ใช้ชีวิตการเป็นข้าราชการให้ปกติ ไม่ใช้ชีวิตการเป็นข้าราชการที่ผิดปกติ” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวเน้นย้ำในช่วงแรก

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ กล่าวต่อว่า การเป็นข้าราชการที่ดีอีกประการหนึ่งที่สำคัญ ต้องเป็นคนที่รับผิดชอบ ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบ ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด เพื่อให้เกิดความสำเร็จขององค์กร อันจะส่งผลทำให้น้อง ๆ มีความเจริญก้าวหน้า มั่นคงในชีวิตราชการเพิ่มมากขึ้นตามกำลังความสามารถที่เราได้แสดงออกด้วยการทำงานให้บังเกิดผลดีที่สุดต่อหน่วยงาน ต่อพี่น้องประชาชน ซึ่งการทำงานจะประสบความสำเร็จได้ขนาดไหน อยู่ที่ความตั้งใจ ความอดทน ความเพียรพยายามที่จะทำให้เกิดความคิดริเริ่ม โดยต้องมีแรงปรารถนา (Passion) อันแรงกล้า ในการเป็นข้าราชการที่ดีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ต้องมีความรู้ (Knowledge) ความสามารถในการทำงาน (Ability) เพื่อให้งานเกิดความสำเร็จ และที่สำคัญที่สุดต่อการชี้วัดตัดสินว่าจะสามารถประสบความสำเร็จในการทำงานให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติ เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน นั่นคือ ทัศนคติ (Attitude) เพราะทัศนคติมีทั้งบวกและลบ ทัศนคติที่ดี เช่น มีความเห็นอกเห็นใจ มีความเมตตา มีความเอื้อเฟื้อ มีความสงสารอยากเห็นคนอื่นพ้นทุกข์ อยากเห็นสิ่งดี ๆ มันเกิดขึ้น มองว่าชีวิตนี้มีหวัง มองว่าสิ่งที่เราทำมีเกียรติ สิ่งที่เราทำให้คนอื่นเป็นบุญ เป็นที่พึงประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า มันก็จะเสริมทำให้เราทำสิ่งที่ดี และเมื่อนำ Knowledge x Ablitity x Attitude จะมีค่าเท่ากับ Success หรือ “ความสำเร็จของงาน” นั่นเอง

“ขอให้พวกเราช่วยกันในการขวนขวายหาความรู้เพิ่มเติมจากการอ่าน การดูคลิปในยูทูป คลิปวิดีโอที่เป็นประโยชน์ ตั้งใจในการที่จะเสาะแสวงหาการพูดคุย การฟังข้อมูลองค์ความรู้จากรุ่นพี่ข้าราชการที่เขาเป็นผู้รู้ เป็นผู้ที่จะช่วยทำให้เรามีจิตใจที่ดี มีงานการที่ดี มีความรู้ที่เพิ่มมากขึ้น จดบันทึกสิ่งที่ดี ๆ เอาไว้อ่านทบทวน รวมทั้งช่วยกันคิด และพยายามหาคำตอบ หาบทสรุปให้ได้ นี่คือที่มาของความรู้ ที่เรียกว่า “หัวใจนักปราชญ์” และขณะเดียวกัน ต้องมีความขยันหมั่นเพียร มีความอดทนในการที่จะพัฒนาตนเอง พัฒนางาน ซึ่งจะกลายเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีความสามารถทำให้งานประสบความสำเร็จเพิ่มมากขึ้น ดังเช่น การอ่านวิธีเขียนหนังสือราชการที่ได้รับในวันนี้ ถ้าไม่อ่าน ก็ไม่มีความรู้ แต่ถ้าอ่านแต่ไม่ฝึก ก็จะได้แค่ความรู้ แต่ไม่มีความสามารถ เพราะการเขียนหนังสือราชการต้องมั่นฝึกเขียน ให้มีความกะทัดรัด ถูกระเบียบแบบแผน ใช้ภาษาเขียนที่ไม่เยิ่นเย้อ ไม่ฟุ่มเฟือย สามารถสื่อให้คนเข้าใจได้ เมื่อฝึกบ่อย ๆ เข้ามันก็จะเป็นความเคยชินโดยอัตโนมัติ และเมื่อได้รับมอบหมายให้ร่างหนังสือ ก็จะมีรูปแบบ (format) โดยทันที งานก็จะประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวเน้นย้ำ

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ยังได้กล่าวอีกว่า สิ่งสำคัญที่ข้าราชการกระทรวงมหาดไทยต้องคำนึงและยึดมั่น ปฏิบัติอยู่อย่างต่อเนื่อง นั่นคือ การสำนึกในความเป็นชาติ ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ ซึ่งในปัจจุบันพวกเราทุกคนโชคดีที่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเป็นแบบอย่างในการทรงเป็นผู้มีความกตัญญูกตเวทีด้วยการมุ่งมั่นในการทรงสืบสาน รักษา ต่อยอด พระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการธำรงรักษาอัตลักษณ์ภูมิปัญญาการทอผ้าไทย ซึ่งเป็นอาชีพของประชาชนในจังหวัดต่าง ๆ ด้วยการต่อยอดภูมิปัญญาและพระราชทานลายผ้า “ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” และ “ผ้าลายขิดนารีรัตนราชกัญญา” และพระราชทานพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ทำให้เกิดกระแสนิยมของคนไทยในการสวมใส่ผ้าไทยเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ผู้ทอผ้าได้มีรายได้จุนเจือเลี้ยงดูครอบครัว มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น นอกจากนี้ ด้วยพระอัจฉริยภาพของพระองค์ที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม จึงพระราชทานแนวทางในการใช้วัสดุที่ทำมาจากธรรมชาติ เช่น ปลูกฝ้าย ปลูกหม่อน เลี้ยงไหม ไม่ผ่านกระบวนการปิโตรเคมีหรืออุตสาหกรรมที่ปลดปล่อยสิ่งที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน รวมถึงการย้อมสีธรรมชาติไม่ใช้สีเคมี การทอ การปัก การเขียนเทียน การเขียนลายบาติก การพิมพ์ ก็ทำด้วยมือ (Handmade) ไม่ปลดปล่อยของเสียขึ้นไปสู่ชั้นบรรยากาศ ดังนั้น พวกเราในฐานะข้าราชการกระทรวงมหาดไทย จึงต้องน้อมนำพระดำริดังกล่าว มายึดถือปฏิบัติ เป็นผู้นำในการขับเคลื่อนรักษาอัตลักษณ์ ภูมิปัญญาความเป็นไทยในทุกเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสวมใส่ผ้าไทย ซึ่งหมายถึงผ้าไทยถิ่นของทุกภูมิภาค ในทุกวัน ทุกโอกาส ซึ่งนอกจากจะแสดงถึงความเป็นไทยแล้ว ยังช่วยทำให้เศรษฐกิจฐานราก คือ พี่น้องประชาชนได้มีรายได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดี เงินทองไม่รั่วไหล เศรษฐกิจในประเทศดี รักษาสิ่งที่บรรพบุรุษตกทอดมาให้เรา ซึ่งเราเรียกว่า ความกตัญญูกตเวทีต่อบรรพบุรุษ และยังส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยลดภาวะโลกร้อน เป็นการต่ออายุของโลกใบนี้ของเราอีกด้วย

สุดท้าย นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอให้ข้าราชการใหม่ทุกคนได้นำสิ่งที่เป็นแรงบันดาลใจให้เรามารับราชการเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงชีวิตราชการ เป็นเกราะคุ้มครองจิตใจ คุ้มครองความประพฤติของเรา ว่าเราปรารถนาให้พ่อ แม่ ญาติพี่น้องภาคภูมิใจ ซึ่งไม่ใช่เพียงแต่วันแรกที่มารับราชการหรือที่เห็นเราแต่งเครื่องแบบชุดกากี แต่ความภูมิใจจะเพิ่มมากขึ้นถ้าขีดบนบ่าเพิ่มมากขึ้น ทำงานแล้วได้รับคำชมเชย คำสรรเสริญจากพี่น้องประชาชน จากผู้บังคับบัญชา จากเพื่อนร่วมงานว่าเราเป็นคนดี ขยัน มีอัธยาศัยดี ยิ้มแย้มแจ่มใส และท้ายที่สุด เมื่อเราเจริญก้าวหน้าขึ้น เขาก็จะภูมิใจ เราก็ภูมิใจ ทั้งนี้ ในการเติบโตเจริญก้าวหน้าในหน้าที่ราชการย่อมมีการแข่งขันกัน ซึ่งเราต้องแข่งขันกันอย่างมีน้ำใจนักกีฬา คือ เราต้องรักกัน ไม่ใช่ศัตรูกัน อาจจะมีน้อยใจบ้าง แต่ต้องทำหน้าที่ของเราให้สมกับการเป็นข้าราชการที่ดี ด้วยการ 1) “ครองตน” ให้ดี คือ ดูแลตัวเราเองให้อยู่ในศีลของราชการ ถ้าครองตนไม่ดีก็จะมีผลเสีย ต้องระวังตัวอย่าไปติดการพนัน มัวเมากับสุรา นารี ไม่รักษาคำพูด ใจคอโหดเหี้ยมอำมหิต ไม่ดูแลตัวเองจนเจ็บป่วยบ่อยทำงานไม่ได้ 2) “ครองคน” ด้วยการสร้างมิตร สร้างเพื่อน สร้างความรัก ความเมตตาให้เกิดขึ้นจากเพื่อนร่วมงาน ทั้งผู้บังคับบัญชา หัวหน้า ผู้ใต้บังคับบัญชา และพี่น้องประชาชน 3) “ครองงาน” ศึกษาความรู้จากเรื่องเก่า หาความรู้จากแฟ้มงาน ทำให้เกิดความรู้ หมั่นเอาใจใส่ ตรวจทาน และพูดคุยหาความรู้ ไม่ต้องเขินอาย เพราะรุ่นพี่ข้าราชการเคยทำงานมาก่อนเก่ากว่าเรา แต่เราต้องหมั่นพัฒนางานให้ดีกว่าเดิม และที่สำคัญที่สุด คือ 4) “การครองใจ” คือ ต้องรักษาอุดมการณ์ในการเป็นข้าราชการที่ดีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้แน่วแน่ ยึดอุดมการณ์การเป็นข้าราชการที่ดี ด้วยการตั้งใจในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข และตอบแทนบุญคุณให้กับแผ่นดิน ด้วยการทำงานในหน้าที่ความรับผิดชอบให้ดีที่สุด และดีเพิ่มขึ้น เป็นคนมหาดไทยพันธุ์ใหม่ในวาระ 130 ปีกระทรวงมหาดไทย ที่มุ่งมั่นตั้งใจรับใช้พี่น้องประชาชน ซึ่งจะส่งผลทำให้ระบบราชการของเราเป็นประโยชน์กับประเทศชาติกับพี่น้องประชาชน สร้างความสุข ความมั่นคง ด้วยทัศนคติที่มีแรงปรารถนาในการสร้างสิ่งที่ดี Change for Good ให้เกิดขึ้นกับประเทศชาติอันเป็นที่รักยิ่งของเรา ยังผลให้คนรุ่นต่อไป ทั้งรุ่นลูก รุ่นหลานของพวกเราจะได้อยู่ในสังคมที่ดีอย่างยั่งยืน

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้