Last updated: 3 มี.ค. 2569 | 19 จำนวนผู้เข้าชม |
สโลวักกับโจทย์ความเชื่อมั่นในการยกระดับ CPI ความโปร่งใส
"...ระหว่างวันที่ 26 กุมภาพันธ์ – 5 มีนาคม 2569 คณะกรรมาธิการกิจการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ การป้องกันและปราบปรามการทุจริต และการเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา ได้เดินทางไปประชุมทวิภาคีและศึกษาดูงาน 5 ประเทศในภูมิภาคยุโรป ได้แก่ เยอรมนี ออสเตรีย ฮังการี สโลวัก และสาธารณรัฐเช็ก
ภารกิจครั้งนี้มิได้เป็นเพียงการเยือนในเชิงพิธีการ หากแต่เป็นการ “ทูตรัฐสภา” (Parliamentary Diplomacy) ที่มุ่งเสริมสร้างความร่วมมือด้านธรรมาภิบาล การป้องกันและปราบปรามการทุจริต และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เชิงนโยบายระหว่างรัฐสภาไทยกับประเทศคู่เจรจา..."

การประชุมทวิภาคี ณ กรุงบราติสลาวา สาธารณรัฐสโลวัก ภายใต้ภารกิจของคณะกรรมาธิการกิจการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ การป้องกันและปราบปรามการทุจริต และการเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา ถือเป็นเวทีสำคัญของการแลกเปลี่ยนเชิงนโยบายด้านความโปร่งใสระหว่างประเทศไทยกับภูมิภาคยุโรปกลาง
การหารือกับผู้แทนของ Transparency International Slovakia สะท้อนชัดว่า ดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index: CPI) มิใช่เพียงตัวเลขจัดอันดับ หากเป็น “ตัวชี้วัดระดับความเชื่อมั่นของประเทศ” ในสายตานานาชาติ ทั้งนักลงทุน ภาคธุรกิจ และองค์กรระหว่างประเทศ
ประเด็นที่สโลวักให้ความสำคัญ ได้แก่ ความเป็นอิสระขององค์กรตรวจสอบ ความรวดเร็วและความเป็นธรรมของกระบวนการยุติธรรม การเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ และความต่อเนื่องของนโยบายต่อต้านการทุจริต สิ่งเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า การยกระดับคะแนน CPI ไม่อาจขับเคลื่อนด้วยมาตรการระยะสั้น แต่ต้องอาศัยการปรับปรุงเชิงโครงสร้างและการทำงานอย่างสม่ำเสมอของสถาบันรัฐ

อีกมิติที่มีนัยสำคัญคือ บทบาทของภาคประชาสังคมในฐานะ “หุ้นส่วน” ของระบบกำกับดูแล มิใช่เพียงผู้วิพากษ์วิจารณ์ การมีส่วนร่วมของสาธารณะและการเข้าถึงข้อมูลอย่างโปร่งใส ช่วยเสริมสร้างความไว้วางใจในกระบวนการภาครัฐ และลดความเสี่ยงเชิงโครงสร้างในระยะยาว
ในบริบทของสหภาพยุโรป สโลวักต้องเผชิญการประเมินมาตรฐานธรรมาภิบาลอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากกลไกภายในประเทศและระดับภูมิภาค สถานการณ์ดังกล่าวตอกย้ำว่า ภาพลักษณ์ด้านความโปร่งใสมีผลโดยตรงต่อศักยภาพการแข่งขันและความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ
สำหรับประเทศไทย การยกระดับ CPI มิใช่เพียงเป้าหมายเชิงสัญลักษณ์ หากเป็นยุทธศาสตร์ความเชื่อมั่นของชาติ การเสริมความเข้มแข็งขององค์กรตรวจสอบ การพัฒนาระบบข้อมูลเปิด และการสร้างกลไกติดตามผลนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม คือภารกิจสำคัญที่ต้องดำเนินการอย่างจริงจัง

การเยือนกรุงบราติสลาวาครั้งนี้ทำให้เห็นชัดว่า ในโลกยุคปัจจุบัน ความสามารถในการแข่งขันของประเทศมิได้วัดเพียงโครงสร้างพื้นฐานหรือทรัพยากรธรรมชาติ หากวัดจากระดับความไว้วางใจในระบบการบริหารจัดการของรัฐ
เพราะท้ายที่สุดแล้ว ความโปร่งใสไม่ใช่เพียงหลักการทางจริยธรรม หากคือ “ทุนทางยุทธศาสตร์” ที่กำหนดทิศทางอนาคตของประเทศในเวทีโลก
โดย สุทนต์ กล้าการขาย
สมาชิกวุฒิสภา
วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2569
27 ก.พ. 2569
1 มี.ค. 2569