เลขาธิการ'สทนช'เผยระบายน้ำจากเขื่อนแก้ปัญหาน้ำเค็มรุกผลิตน้ำประปา

Last updated: Feb 1, 2020  |  1389 จำนวนผู้เข้าชม  |  ข่าวเด่น

เลขาธิการ'สทนช'เผยระบายน้ำจากเขื่อนแก้ปัญหาน้ำเค็มรุกผลิตน้ำประปา

“สทนช.”นำสื่อมวลชนติดตามสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่อยุธยา-ปทุมธานี พร้อมติดตามความก้าวหน้าโครงการคลองระบายน้ำหลากบางบาล-บางไทร พระนครศรีอยุธยา มาตรการควบคุมน้ำเค็มและประเมินสถานการณ์น้ำดิบสำหรับผลิตน้ำ ประปาในช่วงฤดูแล้ง ขีดเส้นผลศึกษาจัดลำดับความเร่งด่วนพัฒนา 9 แผนหลักจัดการน้ำลุ่มเจ้าพระยาแล้วเสร็จภายในกุมภาพันธ์นี้ เชื่อมั่นจะช่วยบริหารจัดการน้ำลุ่มเจ้าพระยาเกิดประสิทธิภาพในระยะยาว

วันที่ 31 มกราคม 2563 ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้นำคณะสื่อมวลชนลงเรือเพื่อติดตามสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและจังหวัดปทุมธานี และติดตามความก้าวหน้าโครงการคลองระบายน้ำหลากบางบาล-บางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมทั้งได้ทำการตรวจคุณภาพน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณจุดบรรจบแม่น้ำน้อย - แม่น้ำเจ้าพระยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเดินทางไปยังสถานีสูบน้ำสำแล (กปน.) ตำบลบ้านกระแชง อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี เพื่อประชุมหารือกับการประปานครหลวง เกี่ยวกับสถานการณ์น้ำดิบสำหรับผลิตน้ำประปา มาตรการควบคุมน้ำเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยาในช่วงฤดูแล้งและแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาภายใต้โครงการศึกษาจัดลำดับความสำคัญแผนงานเพื่อบรรเทาอุทกภัยในลุ่มน้ำเจ้าพระยา

ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า  รัฐบาลมีความห่วงใยต่อภาวะน้ำแล้งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเป็นอย่างมากและได้กำชับให้ สทนช. เร่งหาแนวทางยับยั้งบรรเทาและแก้ไขปัญหาภัยแล้งในพื้นที่เสี่ยงรวมถึงมาตรการเชิงป้องกันพื้นที่อื่น ๆ ไม่ให้ได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะประชาชนต้องไม่ประสบปั ญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคที่รัฐบาลให้ความสำคัญ สำหรับสถานการณ์ปัญหาสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา

ขณะนี้ สทนช.กำลังเร่งรัดติดตามความก้าวหน้าโครงการคลองระบายน้ำหลากบางบาล- บางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งภายใต้โครงการศึกษาจัดลำดับความสำคัญ 9 แผนงานบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง โดยความก้าวหน้าล่าสุดได้มี การดำเนินการตามแผน (Road Map) ในปี 2562 ได้ดำเนินการออกแบบรายละเอียดคลองระบายน้ำหลาก พร้อมศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม EIA การเวนคืนที่ดินและจัดเตรียมพื้นที่เพื่อการก่อสร้าง และได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่ ปี 2562 -2566 กรอบวงเงินรวมประมาณ 21,000 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.ขุดคลองระบายน้ำสายใหม่จากบริเวณ อำเภอบางบาล – อำเภอบางไทร และอาคารประกอบตามแนวคลอง ระยะทาง 22.4 กม. ระบายน้ำได้สูงสุด 1,200 ลูกบาศก์เมตร/วินาที 2.ก่อสร้างถนนบนคันคลองทั้ง 2 ฝั่ง  

รวมความกว้างเขตคลอง 245 เมตร 3.ประตูระบายน้ำในลำน้ำสาขา 2 แห่ง และปลายคลองขุดใหม่ 1 แห่ง และ 4.ก่อสร้างเขื่อนพระนครศรีอยุธยาในแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งเมื่อโครงการแล้วเสร็จจะส่งให้แม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณจังหวัดพระนครศรีอยุธยาสามารถรองรับอัตราการระบายเพิ่มขึ้นได้รวม 2,000 ลบ.ม./วินาที ที่จะช่วยลดพื้นที่น้ำท่วมในเขตเศรษฐกิจโบราณสถานสำคัญและพื้นที่ชุมชนเมืองพระนครศรีอยุธยา เนื่องจากแม่น้ำเจ้าพระยาบริ เวณจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็ นบริเวณที่ลำน้ำแคบที่สุด ซึ่งที่ผ่านมาการระบายน้ำมากกว่า 800 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ก็จะเกิดผลกระทบต่อชุมชนริมตลิ่งได้ อีกทั้งบริเวณเกาะเมืองอยุธยายังเป็นจุดบรรจบของแม่น้ำป่าสักรวมน้ำทั้งสองสายทำให้เกิ ดการชะลอน้ำบริเวณจุดบรรจบทำให้น้ำเอ่อล้นตลิ่งอยู่เป็นประจำ ซึ่งโครงการคลองระบายน้ำหลากบางบาล-บางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ปลายคลอง) จะเป็นการลดอัตราการไหลแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณจังหวัดพระนครศรีอยุธยาให้อยู่ในระดับที่ควบคุมได้โดยบายพาสน้ำส่วนเกินผ่านช่องลัด

ดร.สมเกียรติ กล่าวด้วยว่าขณะนี้ สทนช. ได้ดำเนินโครงการศึกษาจัดลำดับความสำคัญ 9 แผนงานบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำเจ้ าพระยาตอนล่างที่เป็นโครงการขนาดใหญ่ ได้แก่ 1.โครงการปรับปรุ งระบบชลประทานเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกตอนล่าง 2.โครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย 3.โครงการคลองระบายน้ำควบคู่ ถนนวงแหวนรอบที่สาม 4.โครงการปรับปรุงโครงข่ายระบบชลประทานฝั่งตะวันตก 5.โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา  6.โครงการบริหารจัดการพื้นที่นอกคันกั้นน้ำ 7.โครงการคลองระบายน้ำหลากบางบาล-บางไทร  8.โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำแม่น้ำท่าจีน และ 9.โครงการพื้นที่รับน้ำนอง  

“คาดว่าผลการศึกษาจะแล้วเสร็จตามแผนภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ จากนั้นจะเข้าสู่ กระบวนการนำผลการศึกษาไปใช้เป็นแผนแม่บทให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นแนวทางและแผนปฏิบัติ การสำหรับการพัฒนาและบริหารจัดการน้ำ เพื่อให้การตัดสินใจดำเนินโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบถูกต้องตามหลักวิชาการ นำไปสู่การแก้ปัญหาและการพัฒนาอย่างยั่งยืนทั้งในมิติของวิศวกรรม เศรษฐศาสตร์ เศรษฐกิจและสังคม สิ่งแวดล้อม และการบริหารจัดการน้ำต่ อไปในอนาคต” ดร.สมเกียรติ กล่าว

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากทั้ง 9 แผนงานเป็นโครงการขนาดใหญ่ และใช้งบประมาณดำเนินการค่อนข้างสูง ดังนั้น จึงจำเป็นต้องศึกษาการจัดลำดับความสำคัญในหลากหลายมิติ เพื่อให้แผนงานโครงการที่จะดำเนินการในแต่ละปีเกิดความคุ้มค่าและเกิดประสิทธิผลสูงสุด โดยผ่านกระบวนการทบทวนและวิเคราะห์สภาพปัญหาอุทกภัยในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างทั้งในอดีต ปัจจุบัน และในอนาคต รวมทั้งมีการเปิดเวทีรับฟังความเห็นจากภาคส่วนต่างๆ ที่มีผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อโครงการ การรวบรวมแผนงานโครงการของหน่วยงานต่างๆ ที่สัมพันธ์กันกับการระบายน้ำของ 9 แผนงานเพื่อให้ทราบถึงภาพรวมการดำเนินโครงการทั้งหมด การเพิ่มเติมรายละเอียดคันกั้นน้ำหรือการสร้างถนนหรือยกระดับถนนขึ้นมาใหม่ ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับสภาพการไหลเมื่อมีการไหลผ่านพื้นที่ลุ่มต่ำต่างๆ รวมถึงการจำลองเหตุการณ์น้ำท่วมปีต่างๆ ร่วมกับการจำลองโครงการของแผนบรรเทาอุทกภัยในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง โดยกำหนดกรณีฐานและเพิ่มเติมกรณีศึกษาให้ครอบคลุมทุกความเป็นไปได้ที่เหมาะสม เพื่อให้ทราบถึงประสิทธิผลและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยในแต่ละกรณีต้องวิเคราะห์ทุกมิติบนหลักเกณฑ์เดียวกัน

Powered by MakeWebEasy.com