จำคุก 5 ปี อดีตนายก อบต.บ้านหลวง เชียงใหม่ เรียกเงินสร้างสนามบอลโกลหนู

Last updated: 21 ต.ค. 2566  |  4353 จำนวนผู้เข้าชม  | 

จำคุก 5 ปี อดีตนายก อบต.บ้านหลวง เชียงใหม่ เรียกเงินสร้างสนามบอลโกลหนู

ป.ป.ช.เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา 'สุนทร บุญเรือง' อดีตนายก อบต.บ้านหลวง เชียงใหม่ เรียกรับเงินโครงการสร้างสนามฟุตบอลโกลหนู ปี 56  ล่าสุด ศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบภาค 5 พิพากษาลงโทษจำคุก 5 ปี - พวก 1 ราย โดน 3 ปี 4 เดือน ให้การเป็นประโยชน์ลดโทษเหลือ 2 ปี 2 เดือน 20 วัน ไม่รอลงอาญา

        เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นายสุนทร บุญเรือง เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) บ้านหลวง อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ กับพวก คือ นายศักดิ์ศรี คำใหญ่ เรียกรับเงินในการดำเนินโครงการก่อสร้างสนามกีฬาอเนกประสงค์ฟุตบอลสตรีทซอคเกอร์ (ฟุตบอลโกลหนู) ของอบต.บ้านหลวง เมื่อปี 2556  ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 และ 157 ประกอบมาตรา 86 และตาม พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พ.ร.ป.ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 172) ประกอบ ป.อ. มาตรา 86 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 6 ต.ค.2564 

        ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 8 พ.ค.2566 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 มีคำพิพากษาว่า นายสุนทร บุญเรือง จำเลยที่ 1 มีความผิดตาม มาตรา 149 (เดิม) และ นายศักดิ์ศรี คำใหญ่  จำเลยที่ 2 มีความผิดตาม มาตรา 149 (เดิม) ประกอบมาตรา 86 ฐานเป็นเจ้าพนักงาน เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่น โดยมิชอบ

จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 5 ปี ฐานเป็นผู้สนับสนุน เจ้าพนักงาน เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ

        จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 3 ปี 4 เดือน

        จำเลยที่ 2 ให้ถ้อยคำต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.เป็นประโยชนแ์ก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตาม มาตรา 78 ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 2 ปี 2 เดือน 20 วัน

        อย่างไรก็ดี คดีนี้ยังไม่สิ้นสุด จำเลยทั้งสองราย มีสิทธิต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในชั้นศาลที่สูงกว่านี้อีกได้

        เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมลงมติเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2566 ได้พิจารณาแล้วมีมติเห็นชอบตามที่อัยการสูงสุด (อสส.) หารือไม่อุทธรณ์คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 เห็นควรไม่อุทธรณ์คำพิพากษาดังกล่าว

        สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัด หรือสมาชิกสภาเทศบาล เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท หรือประหารชีวิต

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้