ข่าวต้นชั่วโมง ประจำวันอาทิตย์ที่ 3 ตุลาคม 2564

Last updated: 5 ต.ค. 2564  |  774 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ข่าวต้นชั่วโมง ประจำวันอาทิตย์ที่ 3 ตุลาคม 2564

ข่าวต้นชั่วโมง สถานีวิทยุเครือข่ายสมาคมสื่อช่อสะอาด ทั่วประเทศ

ข่าวต้นชั่วโมง เวลา 09.00 น. ดาวน์โหลดที่นี่  

“จุรินทร์”ยันพืชเกษตร5ชนิด โครงการประกันรายได้ เสียหายน้ำท่วม ยังได้รับเงินประกันรายได้เหมือนเดิม ขอเกษตรกรอย่ากังวล สั่งลูกพรรคลงพื้นที่ดูแลเต็มที่

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โดยย้ำถึงมาตรการช่วยเหลือเกษตรในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมได้สั่งการให้เกษตรจังหวัดติดตามสถานการณ์ความเสียหายด้านพืชผลการเกษตรหรือปศุสัตว์ และอื่นๆ ในความรับผิดชอบให้สำรวจความเสียหายและรายงานให้ตนทราบ เพื่อมอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินการจัดมาตรการชดเชยเยียวยาให้กับเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบโดยเร็ว ส่วนพืชเกษตร 5 ชนิด ที่อยู่ในโครงการประกันรายได้ แม้จะได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ก็จะยังได้รับเงินประกันรายได้เหมือนเดิม ขอพี่น้องประชาชน ไม่ต้องกังวล

ทั้งนี้ ในช่วงที่มีสถานการณ์น้ำท่วมทั้งในภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคกลาง ได้สั่งบุคลากรของพรรค ทั้งกรรมการบริหารพรรค รัฐมนตรี ส.ส. ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อดีต ส.ส.ตัวแทนพรรค สาขาพรรค เฝ้าติดตามและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมและให้มีการตั้งศูนย์ติดตามและประสานงาน เพื่อแก้ปัญหาในทุกเขตพื้นที่ที่ประสบภัยน้ำท่วมพร้อมกับมีการประสานการทำงานกับส่วนกลางอย่างเป็นระบบ คือ การจัดถุงยังชีพเพื่อให้ ส.ส. อดีต ส.ส.และตัวแทนพรรคประจำจังหวัดประจำเขตเลือกตั้ง เพื่อลงพื้นที่มอบให้กับประชาชนที่ประสบภัย นายจุรินทร์ย้ำว่า ขณะนี้ให้ทุกคนในพื้นที่ระดมสรรพกำลังอย่างเต็มที่ และให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม ในยามที่ประชาชนลำบากในฐานะพรรคการเมืองต้องร่วมด้วยช่วยกัน เพื่อให้ผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปได้ด้วยดี

ขณะเดียวกัน ยังย้ำให้บุคลากรของพรรคได้ติดตามอย่างใกล้ชิด เก็บรวบรวมข้อมูลความเดือดร้อนเสียหายผลกระทบเพื่อหลังจากน้ำลดจะได้ให้ความช่วยเหลือในด้านการฟื้นฟูเยียวยาต่อไป ส่วนของข้อมูลต่าง ๆ ที่รวบรวมขึ้นจะเป็นส่วนสำคัญเพื่อให้พรรคใช้สำหรับวางแผนแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบและเพื่อความยั่งยืนของพี่น้องประชาชนต่อไป

ข่าวต้นชั่วโมง เวลา 10.00 น. ดาวน์โหลดที่นี่  

ลดอีก! เสียชีวิตจากโควิด 77 ราย ต่ำกว่า 100 เป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน ขณะป่วยใหม่ 10,828 ราย สะสม 1,637,432 ราย รักษาหาย 11,894 ราย เหลือรักษาในรพ.112,251 คน

ศูนย์ข้อมูล COVID-19 เปิดเผยรายงานล่าสุดเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด 19 ของประเทศไทย ประจำวันอาทิตย์ที่ 3 ต.ค. 2564 มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ รวม 10,828 ราย ลดลงจากวานนี้ โดยแบ่งเป็น ผู้ป่วยจากระบบเฝ้าระวังฯ 9,940 ราย, ผู้ป่วยจากการค้นหาเชิงรุก 770 ราย, ผู้ติดเชื้อภายในเรือนจำ 104 ราย, ผู้ป่วยมาจากต่างประเทศ 14 ราย ทำให้มีผู้ป่วยสะสม 1,637,432 ราย (เฉพาะตั้งแต่ 1 เม.ย. เป็นต้นมา 1,608,569 ราย) และมีผู้เสียชีวิตอีก 77 ราย ลดลงจากวานนี้ และต่ำกว่า 100 เป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน รวมมีผู้เสียชีวิตจากโควิด 19 แล้ว 17,014 ราย (เฉพาะตั้งแต่ 1 เม.ย. เป็นต้นมา 16,920 ราย)

ขณะเดียวกันมีผู้ป่วย รักษาหายกลับบ้านได้ 11,894 ราย ลดลงจากวันก่อน แต่มากกว่าผู้ป่วยใหม่ รวมรักษาหายกลับบ้านแล้ว 1,508,167 ราย (เฉพาะตั้งแต่ 1 เม.ย. เป็นต้นมา 1,480,741 ราย) เหลือรักษาตัวใน โรงพยาบาล 112,251 คน ลดลงจากวันก่อน นอกจากนี้ กรมควบคุมโรค ยังรายงานผลการตรวจเชื้อด้วย ATK ว่ามีติดเชื้อเข้าข่ายอีก 2,839 ราย แต่ไม่นับยอดรวมกับจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่

ข่าวต้นชั่วโมง เวลา 11.00 น. ดาวน์โหลดที่นี่  

ขอนแก่นอ่วม ชาวบ้านกว่า 40 หมู่บ้าน ในเขต อ.โคกโพธิ์ไชย น้ำท่วมหนัก ต้องสัญจรทางเรือเป็นหลัก

ที่บ้านโนนกะยอม ต.โพธิ์ไชย อ.โคกโพธิ์ไชย จ.ขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น นำคณะเหล่ากาชาด จ.ขอนแก่น และ ปภ.ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพจำนวน 200 ชุด เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม เนื่องจากมวลน้ำจากแม่น้ำชีที่ไหลมาจาก จ.ชัยภูมิ ได้เอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนที่อยู่อาศัย และพื้นที่การเกษตร อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ในขณะนี้มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำชีเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทางการการเกษตร ใน 4 ตำบล รวมกว่า 40 หมู่บ้าน ชาวบ้านในพื้นที่ลุ่มต่ำ ต้องใช้การสัญจรทางเรือ และบางส่วนต้องไปอาศัยตามจุดพักพิงชั่วคราวที่จัดเตรียมไว้ให้

นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า ขณะนี้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ได้ขนย้ายลำเลียงสิ่งของ เครื่องใช้ไฟฟ้าและข้าวในยุ้งฉาง เพื่อขนลำเลียงออกมาไว้ในพื้นที่จุดพักพิงชั่วคราวเพื่อความปลอดภัยเป็นการเร่งด่วน โดยสิ่งสำคัญที่สุดคือ ความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ซึ่งจากข้อมูลในพื้นที่พบว่ามีผู้เสียชีวิต 1 ราย จากการที่ลงไปวางอวนดักปลาและเป็นตะคริวในบริเวณน้ำลึกโดยลำพัง และสำหรับบ้านเรือนของประชาชนที่มีผู้ป่วยติดเตียงและผู้สูงอายุได้ให้มีการเคลื่อนย้ายไปยังที่ปลอดภัย และตัดกระแสไฟฟ้าเป็นการชั่วคราว เพื่อความปลอดภัย

ข่าวต้นชั่วโมง เวลา 12.00 น. ดาวน์โหลดที่นี่  

ระดับน้ำท่วมขังถนนมิตรภาพโคราช-ขอนแก่น ลดลง รถยนต์ขนาดเล็กสามารถสัญจรผ่านได้ ด้านจ.ปทุมธานีน้ำเอ่อล้นเข้าตลาดอิงน้ำสามโคกแล้ว

สถานการณ์น้ำท่วมถนนมิตรภาพ ทางหลวงหมายเลข 2 โคราช-ขอนแก่น ช่วงบ่ายถึงเย็นวันนี้ ยังคงมีมวลน้ำจากการระบายมาจากอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนล่าง เข้าท่วมหลายพื้นที่ในอำเภอโนนสูง แล้วมาไหลเข้าลำสะแทด ก่อนเอ่อเข้าท่วมพื้นผิวการจราจรตั้งแต่ช่วงโค้งบ้านตาชู ตำบลตาจั่น อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร น้ำท่วมสูงประมาณ 15-20 เซนติเมตร รถยนต์ขนาดเล็กสามารถขับขี่ผ่านได้ โดยระดับน้ำได้ลดลงกว่าเมื่อวานเล็กน้อย แต่ต้องเพิ่มความระมัดระวัง ส่วน อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร (ตอนล่าง) อำเภอโนนไทย จังหวัดนครราชสีมา ซ่อมแนวคันดินที่ชำรุดเรียบร้อยแล้ว ล่าสุด ระดับน้ำเหลือ 22% และได้ยกบานประตูระบายน้ำ 4 ช่อง ที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ทำการระบายน้ำแทนทำนบดินชั่วคราว เพื่อปิดช่องทางน้ำไหล เพื่อเก็บกักน้ำในอ่างไว้ใช้ในฤดูแล้งที่จะถึงนี้ได้ ส่วนพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนบน และลุ่มน้ำป่าสัก คาดว่ามีน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ไหลลงเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากมีปริมาณฝนที่ตกหนักสะสม ซึ่งจะทำให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา อยู่ในอัตรา 2,700 ลูกบาศก์เมตร/วินาที อีกทั้งเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี มีปริมาณน้ำไหลลงเพิ่มมากขึ้น จึงจำเป็นต้องระบายน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เพื่อรักษาเสถียรภาพความปลอดภัยและความมั่นคงของเขื่อนซึ่งส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านสถานีวัดน้ำ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ก่อนเข้าพื้นที่ จ.ปทุมธานี โดยอาจจะทำให้มีผลกระทบกับประชาชนที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาพื้นที่นอกคันกั้น คือ อ.สามโคก และ อ.เมือง จ.ปทุมธานี

ด้านพื้นที่ ตลาดอิงน้ำสามโคก อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นตลาดเก่าและแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของ จ.ปทุมธานี พบว่ามีน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมตลาดสูง 20-30 เซนติเมตร ทำให้ร้านต่างๆก่ออิฐพร้อมนำกระสอบทรายมากั้นเพื่อกันน้ำ

ข่าวต้นชั่วโมง เวลา 13.00 น. ดาวน์โหลดที่นี่  

อ่างทองน้ำท่วมขยายวงกว้าง “รมว.ชัยวุฒิ”ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพ “ภราดร-กรวีร์” 2 ส.ส.ภูมิใจไทยควงคุณพ่อ”สมศักดิ์” ต้อนรับ

สถานการณ์น้ำท่วมที่ จ.อ่างทอง ล่าสุด ได้ขยายวงกว้างซึ่งยังวิกฤติ ถึง 3 อำเภอ ได้แก่ อ.ป่าโมก อ.เมือง และอ.วิเศษชัยชาญ ซึ่งอยู่ใกล้ริมน้ำเจ้าพระยา โดยเฉพาะ ต.บางปลากด อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ที่มีไหลข้ามถนนตั้งแต่ช่วงวันที่ 29 ก.ย.ที่ผ่านมา มีน้ำท่วมสูงประมาณ 2 เมตรครึ่ง ทำให้บ้านเรือนของประชาชนได้ผลกระทบ กว่า 400 หลังคาเรือน ที่ต้องใช้การสัญจรทางเรือเท่านั้น ทั้งนี้ จากการสอบถามประชาชนในพื้นที่ บอกว่า ปริมาณน้ำในปีนี้ถือว่าวิกฤติมาก ท่วมเร็ว และยังท่วมสูงกว่า ปี 54 ถึง 30 เซนติเมตร โดยคนที่อยู่อาศัยอยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาบางบ้านก็ไม่สามารถอยู่ภายในบ้านได้ สัญจรเข้า-ออก บ้านได้ลำบาก ต้องทิ้งสัตว์เลี้ยงไว้ภายในบ้าน พร้อมเพิ่งได้รับการช่วยเหลือจากมอบถุงยังชีพจากหน่วยงานภาครัฐ

อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วย น.ส.กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วยคณะ ได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและมอบถุงยังชีพให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ที่ อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง โดยมีนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นายภราดร ปริศนานันทกุล และนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย และนายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง ให้การต้อนรับ และร่วมลงเรือเพื่อเดินทางไปเยี่ยมเยียนประชาชน และมอบถุงยังชีพให้กับประชาชน ที่ไม่สามารถออกมารับถุงยังชีพได้ถึงบ้าน

ข่าวต้นชั่วโมง เวลา 14.00 น. ดาวน์โหลดที่นี่  

“ยุทธพงศ์”ติงรัฐบูรณาการแก้น้ำท่วมล้มเหลว ทำสถานการณ์วิกฤตเหมือนปี 54 โว ถ้า”ยิ่งลักษณ์” ไม่ถูกยึดอำนาจคงไม่เกิดเหตุการณ์เหมือนวันนี้

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดรวมถึงที่กรุงเทพมหานคร ที่ล่าสุดอุโมงค์ดินแดงรถแทบจมน้ำไปแล้ว ซึ่งเหตุการณ์เหมือนเมื่อครั้งเกิดอุทกภัยใหญ่ปี 2554 สมัยรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้ กรณีน้ำท่วมขังที่ จ.สมุทรปราการ ทั้งที่มีเครื่องสูบน้ำใหญ่ที่สุดในเอเชียอาคเนย์ถึง 3 ตัว ติดอยู่ที่ท้ายสนามบินสุวรรณภูมิ ที่จะผันน้ำออกอ่าวไทย ซึ่งในปี 2554 สนามบินสุวรรณภูมิน้ำไม่ท่วม แต่ขณะถือเป็นการบูรณาการ ที่ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ทั้งที่มีสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือสทนช. แสดงถึงความล้มเหลวของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ในการแก้ปัญน้ำท่วม ซึ่งหากจำกันได้ เมื่อครั้งน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ขอเงินกู้ 3.5 แสนล้าน เพื่อทำระบบป้องน้ำท่วมทั่วประเทศ แต่สุดท้าย มาถูกพล.อ.ประยุทธ์ ยึดอำนาจ และต่อมาก็ยกเลิกโครงการดังกล่าว ซึ่งหากเราทำตั้งแต่วันนั้น คงไม่เกิดเหตุการณ์วันนี้ ทั้งนี้ นายยุทธพงศ์ ระบุว่า ในสัปดาห์หน้า ตนจะออกมาแฉว่า สทนช. เอางบฯไปบริหารจัดการอย่างไร และจะเกี่ยวข้องไปถึงเรื่องที่พลังประชารัฐขัดแย้งกับพรรคประชาธิปัตย์ด้วย จึงขอให้ติดตาม

นอกจากนี้วันนี้น้ำท่วมใหญ่สาหัสไม่แพ้ปี 2554 แต่กรมอุตุนิยมวิทยา กลับไม่มีการแจ้งเตือน เพราะอธิบดีที่ตนเรียกว่าอธิบดีเสเพลไม่จัดการอะไร รวมทั้งความรู้ทางอุตุนิยมวิทยาเป็นศูนย์ และยังมีเรื่องอื่นๆ เช่น เรื่องการสร้างหอพักให้กับข้าราชการกรมอุตุนิยมวิทยางบประมาณกว่า 200 ล้าน ที่ยังทำไม่สำเร็จ ซึ่งเป็นการล็อกสเปกหรือไม่ โดยตนจะนำข้อมูลเหล่านี้ ให้พล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ไปตรวจสอบ

ข่าวต้นชั่วโมง เวลา 15.00 น. ดาวน์โหลดที่นี่  

องค์การเภสัชฯ เผย บ.ซิลลิค เร่งรัดจัดหาวัคซีนโมเดอร์นา ล็อตแรก 1.9 ล้านโดส ให้ทันเดือน ต.ค.นี้ ตามกำหนดเดิม

จากแถลงการณ์ของบริษัทซิลลิค ฟาร์มา จำกัด เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2564 ได้แจ้งกำหนดการส่งมอบวัคซีนโมเดอร์นาในไตรมาส 4 ของปี 2564 จำนวน 1.9 ล้านโดส โดยคาดว่าจะเริ่มส่งมอบได้ในเดือนพฤศจิกายนนั้น

องค์การเภสัชกรรม ได้รับจดหมายแจ้งจาก บริษัทซิลลิค เพิ่มเติมว่า ตามที่ทางบริษัทฯคาดว่าจะส่งมอบ วัคซีนโมเดอร์นาในเดือนตุลาคมได้นั้น ต่อมาพบว่า แหล่งผลิตในยุโรปที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสำหรับนำเข้าไว้ มีแนวโน้มว่าจะส่งมอบได้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน เป็นต้นไป แต่อย่างไรก็ตามบริษัทซิลลิคฯ ได้พยายามจะนำเข้ามาให้ได้ภายในเดือนตุลาคม โดยจัดหาจากแหล่งผลิตอื่นมาทดแทนโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากแหล่งประเทศสหรัฐอเมริกา

ในการนี้ องค์การเภสัชกรรม และ สมาคมโรงพยาบาลเอกชน จะติดตามเร่งรัดให้มีการส่งมอบให้ได้ ตามที่บริษัทซิลลิคฯ ได้เคยแจ้งไว้คือในเดือนตุลาคมนี้ และเมื่อได้รับวัคซีนแล้ว จะเร่งดำเนินการกระจายตามสัดส่วนที่โรงพยาบาลได้จองไว้อย่างรวดเร็วต่อไป ส่วนวัคซีนที่เหลือ 3.1 ล้านโดส ตามสัญญาที่ 1 และซื้อเพิ่ม 3.7 ล้านโดส ตามสัญญาที่ 2 รวมทั้งสิ้น 6.8 ล้านโดสนั้นทางบริษัทซิลลิคฯ จะส่งมอบได้ในไตรมาส 1 ของปี 2565

ข่าวต้นชั่วโมง เวลา 16.00 น. ดาวน์โหลดที่นี่  

องค์การเภสัชกรรม เตรียมจำหน่าย ATK ราคาถูก ชุดละ 40 บาท เริ่ม 18 ตุลาคมนี้ เล็งขายออนไลน์

ภญ.ศิริกุล เมธีวีรังสรรค์ รองผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม เปิดเผยว่า องค์การเภสัชกรรม (GPO)ได้จัดทำ “โครงการ ATK คุณภาพ เพื่อสังคมไทย” เพื่อให้คนไทยเข้าถึง ATK คุณภาพตามาตรฐานอย.ในราคาที่เหมาะสม ประชาชนเข้าถึงได้ อีกทั้งเป็นหนึ่งในกลไกตลาด ที่ช่วยให้ราคา ATK ถูกลงและเป็นการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล ที่ต้องการให้มีการตรวจหาเชื้อโควิด 19 ให้ครอบคลุมที่สุด โดยองค์การเภสัชกรรม จัดหาและจำหน่าย ATK ที่มีคุณภาพ ในราคาที่เหมาะสม ให้แก่ประชาชนหน่วยงานภาครัฐและเอกชน หรือหน่วยงานต่าง ๆ

โดยจำหน่ายผ่านร้านขายยาขององค์การเภสัชกรรมทั้ง 8 สาขาทั่วกรุงเทพ ในระยะแรก ทำการจัดหามาจำนวน 2 ล้านชุดเป็นผลิตภัณฑ์ ATK ที่ได้รับการรับรองจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) คาดว่าจะสามารถจำหน่ายได้วันที่ 18 ตุลาคม นี้ ราคาชุดละ 40 บาท ซึ่งเป็นราคาต่ำกว่าท้องตลาดในขณะนี้ค่อนข้างมาก ซึ่งหลังจากนี้หากมีความต้องการเพิ่มขึ้น องค์การฯจะทำการจัดหาเพิ่ม เพื่อนำมาจำหน่ายต่อไป อีกทั้งในอนาคตจะมีการจำหน่ายผ่านระบบออนไลน์ด้วย

ข่าวต้นชั่วโมง เวลา 17.00 น. ดาวน์โหลดที่นี่  

เริ่มแล้ว! World Expo 2020 Dubai นายกฯหวังโชว์ศักยภาพเทคโนโลยีดิจิทัล ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว-สินค้าไทยสร้างความเชื่อมั่นต่างชาติ ฟื้นฟูเศรษฐกิจจากโควิด-19

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชื่นชมผลสำเร็จจากการเปิดต้อนรับผู้เข้าชมทั่วโลกอย่างเป็นทางการของอาคารแสดงประเทศไทย ที่สร้างขึ้นภายใต้แนวคิด “การขับเคลื่อนสู่อนาคต” (Mobility for the Future) ในงาน World Expo 2020 Dubai ณ เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 ต.ค. 2564 – 31 มี.ค.2565 ซึ่งถือเป็นโอกาสดีที่ไทยจะได้สร้างความเชื่อมั่น ผ่านศักยภาพ และความพร้อมด้านเทคโนโลยีดิจิทัลการขับเคลื่อนประเทศด้วยนวัตกรรมผ่านนโยบาย Digital Thailand 4.0 รวมถึง วิสัยทัศน์ในการมุ่งเป็น ศูนย์กลางดิจิทัลในภูมิภาค (Digital Hubs) ควบคู่กับการเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม การค้า การลงทุน การเดินทาง การขนส่ง และจุดหมายการเดินทางของประชาชนทั่วโลก

ซึ่งในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี ยังได้ชื่นชมโครงการฯ ที่เปิดโอกาสให้ตัวแทนเยาวชนอาสาสมัครไทยมีส่วนร่วมเป็นตัวแทนประเทศประจำอาคารแสดงประเทศไทย เพื่อให้เยาวชนมีส่วนร่วมกับรัฐบาล “พลิกโฉมประเทศไทย” ให้มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เพื่อวันนี้และวันข้างหน้าสำหรับคนไทยทุกคน

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี มั่นใจว่า การแสดงศักยภาพของไทยในงาน World Expo 2020 Dubai จะสามารถดึงดูดการลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติได้ ตลอดจนจะช่วยส่งเสริมประชาสัมพันธ์แผนการเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติของไทยทั้งที่เริ่มดำเนินการแล้วและกำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต อาทิ ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ โครงการสมุยพลัส และแผนเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแบบไม่กักตัวระยะที่ 2 ที่จะเริ่ม 1 พ.ย.นี้ ใน5 จังหวัด ซึ่งคาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ พยุงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจจากสถานการณ์โควิด19

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้