7วันอันตราย เทศกาลปีใหม่2561 วันที่เจ็ด เกิดอุบัติเหตุ 386 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 40 ราย ผู้บาดเจ็บ 402 คน

Last updated: Jan 5, 2018  |  577 จำนวนผู้เข้าชม  |  สำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ

7วันอันตราย เทศกาลปีใหม่2561 วันที่เจ็ด เกิดอุบัติเหตุ 386 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 40 ราย ผู้บาดเจ็บ 402 คน

ศปถ. สรุปผลการลดอุบัติเหตุปีใหม่ 2561 ประสานจังหวัดถอดบทเรียนระดับพื้นที่ 
กำชับดำเนินมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนตลอดทั้งปี เน้นสร้างจิตสำนึกและวินัยจราจร

วันที่ 4 มกราคม 2561 เวลา 10.30 น. ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 ช่วง 7 วันของการรณรงค์ “ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร” ระหว่างวันที่ 28 ธ.ค. 60 – 3 ม.ค. 61 เกิดอุบัติเหตุรวม 3,841 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 423 ราย ผู้บาดเจ็บ 4,005 คน ทั้งนี้ กำชับทุกหน่วยงานดำเนินการสร้างความปลอดภัยในการเดินทางอย่างต่อเนื่อง เน้นเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการปัญหาอุบัติเหตุทางถนนและลดปัจจัยเสี่ยง โดยเฉพาะการเมาแล้วขับ การขับรถเร็ว การไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง พร้อมประสานจังหวัดถอดบทเรียน ตรวจสอบ และวิเคราะห์ข้อมูลสถิติอุบัติเหตุทางถนน เพื่อกำหนดมาตรการและแนวทางการสร้างความปลอดภัยทางถนนในระยะยาว อีกทั้งเร่งสร้างวินัยจราจรและปลูกฝังจิตสำนึกด้านความปลอดภัย เพื่อสร้างวัฒนธรรมปลอดภัยทางถนนในสังคมไทยอย่างยั่งยืน 
 
นายสุธี มากบุญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่ายได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนน ประจำวันที่ 3 มกราคม 2561 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการรณรงค์ “ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร” เกิดอุบัติเหตุ 386 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 40 ราย ผู้บาดเจ็บ 402 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เมาสุรา ร้อยละ 28.24 ขับรถเร็วเกินกำหนด และตัดหน้ากระชั้นชิด ร้อยละ 25.91 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 77.83 รถปิคอัพ 5.29 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 67.62 บนถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 50.26 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 28.76 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01 – 20.00 น. ร้อยละ 25.91 ทั้งนี้ ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,001 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 64,993 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 730,769 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 124,034 ราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 36,487 ราย ไม่มีใบขับขี่ 31,721 ราย โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ อุดรธานี (19 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ นครปฐม และอุบลราชธานี (4 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ อุดรธานี (21 คน) สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 7 วัน (28 ธ.ค. 60 – 3 ม.ค. 61) เกิดอุบัติเหตุ 3,841 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 423 ราย ผู้บาดเจ็บ 4,005 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 7 จังหวัด ได้แก่ ชัยนาท นครนายก นราธิวาส น่าน ยะลา ระนอง และหนองบัวลำภู จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ อุดรธานี (139 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา (17 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ อุดรธานี (145 คน) สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เมาสุรา ร้อยละ 43.66 ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 25.23 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 78.91 รถปิคอัพ 6.84 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 66.21 บนถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 40.54 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 34.29 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01 – 20.00 น. ร้อยละ 28.22 
 
นายสุธี มากบุญ กล่าวต่อไปว่า จากสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 พบว่า จำนวนอุบัติเหตุ จำนวนผู้เสียชีวิต และจำนวนผู้บาดเจ็บลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ในขณะที่การเดินทางของประชาชนเพิ่มมากขึ้นแสดงให้เห็นว่ามาตรการลดอุบัติเหตุทางถนนที่ภาครัฐกำหนดมีประสิทธิภาพ ทั้งการจัดตั้งจุดตรวจ การเพิ่มความเข้มข้นของด่านชุมชน และการกวดขันวินัยจราจร รวมถึงความร่วมมือในการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัยของประชาชน ทั้งนี้ รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการสร้างความปลอดภัยทางถนนอย่างยั่งยืน โดยได้กำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการสร้างความปลอดภัยในการเดินทางอย่างต่อเนื่อง เน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการปัญหาอุบัติเหตุทางถนนและลดปัจจัยเสี่ยงที่ครอบคลุมทั้งคน รถ ถนน และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะพฤติกรรมเสี่ยงผู้ขับขี่ ทั้งการเมาแล้วขับ การขับรถเร็ว การไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง พร้อมทั้งเร่งสร้างวินัยจราจรและวัฒนธรรมปลอดภัยทางถนนในสังคมไทย ภายใต้การประสานพลัง  “ประชารัฐ” เพื่อให้ทุกภาคส่วนร่วมขับเคลื่อนการสร้างการสัญจรอย่างปลอดภัย ซึ่งจะทำให้ถนนทุกสายเป็นเส้นทางแห่งความปลอดภัยอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ศปถ. ขอขอบคุณหน่วยงานทุกภาคส่วน เครือข่ายอาสาสมัคร กลุ่มจิตอาสา และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการอำนวยความสะดวกและสร้างความปลอดภัยแก่ประชาชนในการเดินทาง ด้วยความทุ่มเท เสียสละ ซึ่งเป็นผลให้ภาพรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนลดลง

นายฉัตรชัย  พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า แม้จะสิ้นสุดการดำเนินงานลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 แล้ว ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน โดยความร่วมมือของกระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังคงมุ่งสร้างความปลอดภัยทางถนน อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยได้กำชับให้จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถอดบทเรียน ตรวจสอบ และวิเคราะห์ข้อมูลสถิติอุบัติเหตุทางถนน เพื่อให้ทราบถึงสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงอุบัติเหตุในเชิงลึก รวมทั้งค้นหาปัญหาอุปสรรคและปัจจัยความสำเร็จในการลดอุบัติเหตุทางถนนในระดับพื้นที่ โดยให้ความสำคัญในประเด็นอุบัติเหตุจากรถโดยสารสาธารณะ รถกระบะบรรทุกผู้โดยสารท้ายกระบะ และพฤติกรรมเสี่ยงไม่คาดเข็มขัดนิรภัย เพื่อนำไปสู่การกำหนดมาตรการและแนวทางที่เหมาะสมกับสภาพปัญหาอุบัติเหตุทางถนนในแต่ละพื้นที่อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ให้จังหวัดมุ่งเน้นการสร้างการรับรู้และความตระหนักด้านความปลอดภัยทางถนนแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกและวินัยจราจร รวมถึงสร้างพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนนที่ปลอดภัย เพื่อนำไปสู่การสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนนที่ยั่งยืนในสังคมไทย 

นายชยพล  ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) กล่าวว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะเลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน จะได้ประสานศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดและกรุงเทพมหานครดำเนินการตรวจสอบข้อมูลอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 ที่ครอบคลุมทั้งจำนวนอุบัติเหตุ จำนวนผู้เสียชีวิต และจำนวนผู้บาดเจ็บ รวมถึงข้อมูลผลการวิเคราะห์สภาพปัญหาและปัจจัยเสี่ยงอุบัติเหตุทางถนนในแต่ละพื้นที่ เพื่อจัดทำเป็นฐานข้อมูลอุบัติเหตุทางถนนในภาพรวม สำหรับนำไปใช้ประกอบการกำหนดนโยบายมาตรการและแนวทางการสร้างความปลอดภัยทางถนนในระยะยาว เพื่อสร้างให้ถนนทุกสายเป็นเส้นทางแห่งความปลอดภัยอย่างยั่งยืน

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com