เยือนกรุงเวียนนา: บทเรียนธรรมาภิบาลจากหัวใจยุโรป

Last updated: 1 มี.ค. 2569  |  995 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เยือนกรุงเวียนนา: บทเรียนธรรมาภิบาลจากหัวใจยุโรป

บทเรียนจากยุโรป ระบบที่เข้มแข็งสร้างเมืองที่มั่นคงยั่งยืน มองเวียนนาเพื่อมองไทย

"ระหว่างวันที่ 26 กุมภาพันธ์ – 5 มีนาคม 2569 คณะกรรมาธิการกิจการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ การป้องกันและปราบปรามการทุจริต และการเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา ได้เดินทางไปประชุมทวิภาคีและศึกษาดูงาน 5 ประเทศในภูมิภาคยุโรป ได้แก่ เยอรมนี ออสเตรีย ฮังการี สโลวัก และสาธารณรัฐเช็ก

ภารกิจครั้งนี้มิได้เป็นเพียงการเยือนในเชิงพิธีการ หากแต่เป็นการ “ทูตรัฐสภา” (Parliamentary Diplomacy) ที่มุ่งเสริมสร้างความร่วมมือด้านธรรมาภิบาล การป้องกันและปราบปรามการทุจริต และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เชิงนโยบายระหว่างรัฐสภาไทยกับประเทศคู่เจรจา"

ท่ามกลางบรรยากาศปลายฤดูหนาวของยุโรป กรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย มิได้เป็นเพียงเมืองแห่งดนตรีคลาสสิกและสถาปัตยกรรมงดงาม หากยังเป็นตัวอย่างของ “รัฐสมัยใหม่ที่บริหารจัดการด้วยระบบ” อย่างน่าสนใจ

การเดินทางเยือนกรุงเวียนนาในภารกิจประชุมทวิภาคีของคณะกรรมาธิการกิจการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญฯ วุฒิสภา ทำให้ผมได้เห็นมิติสำคัญของธรรมาภิบาลในบริบทเมืองหลวงยุโรปที่พัฒนาแล้ว เมืองที่สามารถรักษามาตรฐานคุณภาพชีวิตระดับสูง ควบคู่กับระบบบริหารภาครัฐที่โปร่งใสและมีประสิทธิภาพ

| เวียนนา: เมืองที่ “ระบบ” สำคัญกว่าบุคคล

สิ่งที่สัมผัสได้ชัดเจนคือ ความเป็นสถาบัน (Institutional Strength) ของภาครัฐออสเตรีย ไม่ว่าจะเป็นระบบผังเมือง การบริหารโครงสร้างพื้นฐาน การจัดการมรดกโลกอย่างพระราชวังเชินบรุนน์ (Schönbrunn Palace) หรือการให้บริการสาธารณะ ทุกอย่างดำเนินไปตามกติกาและกระบวนการที่ชัดเจน

นี่คือหัวใจของธรรมาภิบาล — การทำให้ “ระบบ” มีเสถียรภาพและตรวจสอบได้ มากกว่าการพึ่งพาบุคคลใดบุคคลหนึ่ง

| คุณภาพชีวิตกับความโปร่งใส: ความสัมพันธ์ที่แยกไม่ออก

เวียนนาได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในเมืองที่มีคุณภาพชีวิตดีที่สุดของโลกต่อเนื่องหลายปี ปัจจัยสำคัญมิใช่เพียงรายได้ประชากร หากรวมถึงความโปร่งใสในการใช้งบประมาณ การมีส่วนร่วมของประชาชน และการวางแผนระยะยาวที่ต่อเนื่องข้ามรัฐบาล

บทเรียนที่สำคัญสำหรับประเทศไทยคือ การยกระดับความโปร่งใสไม่ใช่เพียงเพื่อตัวชี้วัดอย่างดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) เท่านั้น แต่เป็นพื้นฐานของความไว้วางใจทางสังคม (Social Trust) ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการลงทุน

 

| ธรรมาภิบาลเชิงวัฒนธรรม

อีกมิติหนึ่งที่น่าสนใจคือ การผสานวัฒนธรรมเข้ากับการบริหารเมือง พระราชวังเชินบรุนน์ไม่ได้เป็นเพียงแหล่งท่องเที่ยว แต่เป็นตัวอย่างของการจัดการมรดกทางวัฒนธรรมที่โปร่งใส มีระบบรายได้ การดูแลรักษา และการสื่อสารกับประชาชนอย่างเป็นมืออาชีพ

การอนุรักษ์จึงไม่ใช่ภาระงบประมาณ แต่เป็นทรัพยากรทางเศรษฐกิจที่บริหารด้วยหลักธรรมาภิบาล

| บทสรุปสำหรับประเทศไทย

การเยือนกรุงเวียนนาทำให้เห็นชัดว่า ธรรมาภิบาลมิใช่แนวคิดเชิงนามธรรม หากเป็นกลไกเชิงระบบที่ส่งผลต่อชีวิตประชาชนทุกระดับ ตั้งแต่การคมนาคม การจัดการสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงภาพลักษณ์ของประเทศในเวทีโลก

ประเทศไทยจำเป็นต้องเสริมสร้างความเข้มแข็งของสถาบันรัฐ พัฒนาระบบข้อมูลเปิด และสร้างความต่อเนื่องของนโยบายในระยะยาว หากเราต้องการก้าวสู่มาตรฐานประเทศพัฒนาแล้วอย่างแท้จริง

"... เวียนนาอาจอยู่ห่างไกลทางภูมิศาสตร์

แต่บทเรียนเรื่องธรรมาภิบาลนั้นใกล้ตัวเรากว่าที่คิด ..."

เพราะในท้ายที่สุด ความยั่งยืนของชาติ เริ่มต้นจากความเข้มแข็งของระบบ.

โดย   สุทนต์ กล้าการขาย
         สมาชิกวุฒิสภา
         วันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้