นายกฯ ประกาศ ขจัดวงจรยาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ ยึดหลักการ “เปลี่ยนผู้เสพเป็นผู้ป่วย”

Last updated: 17 ก.ย. 2566  |  1503 จำนวนผู้เข้าชม  | 

นายกฯ ประกาศ ขจัดวงจรยาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ ยึดหลักการ “เปลี่ยนผู้เสพเป็นผู้ป่วย”

นายกรัฐมนตรีประกาศแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ ย้ำทุกหน่วยงานต้องร่วมมือแก้ไขปัญหา บังคับใช้กฎหมายยาเสพติดอย่างจริงจัง และมีประสิทธิภาพ

        วันนี้ (17 ก.ย. 66) เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมบางปู จังหวัดสมุทรปราการ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด และพิธีทำลายยาเสพติดของกลางของสำนักงาน ป.ป.ส. โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยหัวหน้าหน่วยราชการเข้าร่วมประชุม นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญ ดังนี้

        นายกรัฐมนตรีรับฟังกรอบแนวคิด สภาพปัญหา และแนวทางแก้ไขปัญหายาเสพติดตามนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด พ.ศ. 2566 - 2570 ภายใต้นโยบายและแผน 6 ด้าน จากสำนักงาน ป.ป.ส. พร้อมกับกล่าวมอบนโยบายตอนหนึ่งว่า ประเทศไทยในปัจจุบันเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า นอกจากปัญหาเรื่องปากท้องและค่าใช้จ่ายสูง ปัญหาเรื่องยาเสพติดเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศไทย เรื่องนี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลให้คำมั่นว่าจะตั้งเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อแก้ไขปัญหาให้ลดน้อยลงและหมดไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเปลี่ยนผู้เสพเป็นผู้ป่วย รักษา ดูแล ส่งคืนเขากลับสู่อ้อมกอดของครอบครัว ให้มีอาชีพที่เหมาะสม รวมไปถึงการป้องกันที่ต้นน้ำไม่ให้ประชาชนเข้าไปเสพ จนถึงระยะสุดท้ายที่ยึดยาเสพติดมาแล้วนำมาเผาทำลาย รวมถึงการดำเนินการยึดทรัพย์ ปัญหายาเสพติดนั้นมีหลายมิติ หากทุกฝ่ายร่วมมือร่วมใจกันจะเป็นจุดเริ่มต้นในการขจัดปัญหานี้ออกไปจากสังคมไทย

        นายกรัฐมนตรีย้ำว่า รัฐบาลจะดำเนินการอย่างจริงจังในการแก้ไขปัญหายาเสพติดให้ลดลง ตัวชี้วัดจะไม่ใช่แค่ตัวเลขเพียงอย่างเดียว แต่จะเป็นความรู้สึกของประชาชนด้วย และภาพข่าวที่เกี่ยวกับข่าวครอบครัวถูกทำร้ายด้วยพิษยาเสพติด เหตุการณ์เหล่านี้จะต้องหมดไป รัฐบาลจะใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ขอให้ทุกหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายยาเสพติดที่มีอยู่อย่างจริงจัง และมีประสิทธิภาพเปลี่ยนผู้เสพเป็นผู้ป่วย ผู้ติดยาเสพติดไม่ใช่คนร้าย ฉะนั้นขอให้ชักชวน จูงใจเข้ามาบำบัดรักษาให้การช่วยเหลือเพื่อให้กลับเข้าสู่สังคมได้ เพื่อขจัดปัญหาอย่างครบวงจร ทั้งนี้ จะต้องยึดทรัพย์คนขาย ตัดวงจรการค้าให้สิ้นซาก รวมถึงการลักลอบขนย้ายยาเสพติดจากชายแดน ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดต่าง ๆ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กอ.รมน. พร้อมกับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกำชับและผลักดันให้สำเร็จ และขอให้แต่ละจังหวัดช่วยกันดูแลปัญหายาเสพติด ประสานงานกับส่วนกลาง ทุกจังหวัดต้องวางเป้าหมายที่จะลดความเดือดร้อนของประชาชนและจัดให้มีคณะทำงานบริหารยาเสพติดจังหวัด กำกับดูแลและติดตามความคืบหน้ารวมถึงรายงานปัญหาให้กับส่วนกลางทราบ ทุกหน่วยงานต้องทำงานร่วมกันไม่ใช่ต่างคนต่างทำ เพื่อให้แนวทางและนโยบายเบื้องต้นมีประสิทธิภาพสูงสุด และแสดงให้ทุกภาคส่วนเห็นว่ารัฐบาลมีความตั้งใจจริงกับการจัดการปัญหายาเสพติดอย่างเด็ดขาด โดยนายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานในการดำเนินการเพื่อการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดด้วยตนเอง และรัฐบาลจะจัดตั้งศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดขึ้นมาใหม่

        จากนั้นเวลา 14.30 น. นายกรัฐมนตรีเดินทางต่อไปยัง บริษัท อัคคีปราการ จำกัด (มหาชน) เพื่อเป็นสักขีพยานในพิธีทำลายยาเสพติดของกลางของสำนักงาน ป.ป.ส. โดยนายกรัฐมนตรีได้ดูวิธีการตรวจพิสูจน์ยาเสพติดเบื้องต้น โดยการใช้ปฏิกิริยาการเกิดสี จากนั้น ดูขั้นตอนการเผาทำลายยาเสพติด ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำว่าต้องลดระยะเวลาในการทำลายยาเสพติดให้เร็วที่สุด พร้อมกับแนะการแก้ไขปัญหายาเสพติดต้องเริ่มต้นที่สถาบันครอบครัว โดยรัฐบาลจะทำการพูดคุยเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาออกมาโดยเร็ว

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้