มูลนิธิต่อต้านการทุจริต ผลึกกำลังสภาการแพทย์แผนไทย พร้อมภาคีเครือข่ายหนุนการต่อต้านทุจริตเชิงรุกสู่ชุมชน

Last updated: 20 ธ.ค. 2565  |  3933 จำนวนผู้เข้าชม  | 

มูลนิธิต่อต้านการทุจริต ผลึกกำลังสภาการแพทย์แผนไทย พร้อมภาคีเครือข่ายหนุนการต่อต้านทุจริตเชิงรุกสู่ชุมชน

ดร.ชนิญญา ชัยสุวรรณ นายกสภาการแพทย์แผนไทย จัดพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) กับ ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณ ประธานกรรมการมูลนิธิต่อต้านการทุจริต พร้อมด้วย พลเอก ธีระเดช ฉัตรเสถียรพงศ์ ประธานกรรมการมูลนิธิเพื่อเมืองและชุมชนยั่งยืน และนายจุลภควัฒน์ ศรีสุวรรณ อุปนายกสมาคมศูนย์ข่าวเยาวชนไทย เพื่อร่วมมือกันรณรงค์ต่อต้านการทุจริตในองค์กร และเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการต้านทุจริตผสานองค์ความรู้ด้านสมุนไพรและการแพทย์แผนไทยสู่ชุมชนและเยาวชน

          วันที่ 14 ธันวาคม 2565 ดร.ชนิญญา ชัยสุวรรณ นายกสภาการแพทย์แผนไทย เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมครูแพทย์แผนไทยรุ่นที่ 1/2565 เพื่อผลิตครูแพทย์แผนไทย สำหรับถ่ายทอดความรู้ในวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ตามพระราชบัญญัติวิชาชีพการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2556 พร้อมกับการจัดพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) กับองค์กรต่างๆ โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณ ประธานกรรมการมูลนิธิต่อต้านการทุจริต พลเอก ธีระเดช ฉัตรเสถียรพงศ์ ประธานกรรมการมูลนิธิเพื่อเมืองและชุมชนยั่งยืน นายจุลภควัฒน์ ศรีสุวรรณ อุปนายกสมาคมศูนย์ข่าวเยาวชนไทย พร้อมด้วยผู้แทนกรรมการสภาการแพทย์แผนไทย ผู้เข้าร่วมอบรมการแพทย์แผนไทย และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานจำนวน 150 คน ณ โรงแรมนนทบุรีพาเลช อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี

          ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณ ประธานกรรมการมูลนิธิต่อต้านการทุจริต กล่าวตอนหนึ่งว่า "ต้องขอพูดถึงปัญหาทุจริต ประพฤติมิชอบ อีกสักครั้ง เพราะในช่วงโควิด-19 ระบาด มีแต่ข้อมูลทุจริตประพฤติมิชอบที่ประชาชนส่งมาให้ ทั้งทุจริตระดับใหญ (Grand Corruption) ระดับเล็ก (Petty Corruption) รวมทั้งการประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ขยายตัวอย่างกว้างขวาง จนกลายเป็นพฤติกรรมที่ผู้กระทำเห็นว่าเป็นเรื่องธรรมดา ผู้ที่นำความมาเล่ามีทั้งที่ต้องการร้องเรียน และเล่าให้ฟังเป็นความรู้ รวมที่ปรึกษาว่าหากจะจัดตั้งเป็นองค์กรเพื่อการต่อต้าน ดังเช่นมูลนิธิต่อต้านการทุจริต จะต้องเริ่มต้นอย่างไร ขอให้ช่วยแนะนำ ผมจึงให้ข้อสังเกตไปว่า การทำงานต่อต้านการทุจริต ต้องร่วมกันทำ ต้องสร้างภาคีเครือข่าย จึงจะเข้มแข็งและมีประสิทธิภาพ จงอย่าทำคนเดียว ยอมรับว่างานนี้เป็นงานหิน ทั้งใหญ่ ทั้งหนักหนาสาหัส และยุ่งยากที่สุด เนื่องจากต้องปะทะกับกลุ่มอิทธิพล ที่มีผลประโยชน์ทับซ้อน และการทำงานของบุคลากรบางคน ที่นอกจากไม่คิดทำอย่างจริงจังแล้ว ยังใช้วิธีมือไม่พาย แต่เอาเท้าลาน้ำอีกด้วย ผลที่ได้รับจึงสับสนและซับซ้อนจนล้มเหลว หรือไม่บรรลุผลในที่สุด แต่ขอสรุปสิ่งที่ต้องทำ 3 ประการ คือข้อหนึ่ง ถ้าไม่ใช่องค์กรที่มีอำนาจตามกฎหมายในการปราบโดยตรง ควรมุ่งที่การป้องกันโดยเฉพาะเน้นการสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพ มีจริยธรรม มีความกล้าหาญ เด็ดเดี่ยว ไม่ใช่คนที่เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ หรือเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น ให้เป็นพลังที่แผ่ขยายไปทั่วแผ่นดิน ข้อสอง กระบวนการต่อต้านทุจริตให้เน้นเชิงรุก โดยเปรียบเทียบว่า เรากำลังทำสงครามกู้แผ่นดินกับฝ่ายที่มีกำลังอย่างมหาศาล ทั้งกำลังคนและทรัพย์ จึงต้องใช้วิธีรบทุกรูปแบบ ที่ไม่ใช่แต่คอยตั้งรับ ต้องรบแบบกองโจร ตามแบบสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ที่ทำสงครามกู้ชาติ แม้คนน้อย แต่ก็สามารถเอาชนะข้าศึกที่ยิ่งใหญ่ได้สำเร็จ ข้อสาม ต้องรวบรวมพันธมิตร หรือมิตรร่วมรบทุกกลุ่ม ที่มีปณิธานแน่วแน่ ทังในและนอกประเทศ ซึ่งมีใจดวงเดียวกันที่จะฝ่าฟันอุปสรรคทั้งปวง โดยไม่ยอมแพ้ หรือท้อถอย เป็นอันขาด

          ขอยกตัวอย่างของกลุ่มแพทย์แผนไทยหรือแพทย์พื้นบ้าน และแพทย์ทางเลือก ที่พยายามใช้กัญชา ฟ้าทะลายโจร กระชาย ฯลฯ ซึ่งเป็นพืชสมุนไพร ราคาถูก เพื่อต่อต้านโควิด-19 แต่ต้องประสบปัญหาการต่อต้านคัดค้านจากผู้ไม่เห็นพ้องด้วย เบื้องหลังของการต่อต้าน มีทั้งผู้คัดค้านด้วยความบริสุทธิ์ใจ และผู้มีผลประโยชน์เกี่ยวข้อง แต่จะเห็นเงาทะมึนที่ยืนแฝงตัวอยู่ในกลุ่มผลโยชน์มหาศาล ซึ่งไม่ต้องการให้ยาพื้นบ้านของไทยราคาถูก เข้ามาแทนที่ยาฝรั่งราคาแพงและครอบงำโลกทั้งโลกเป็นระยะเวลาอันยาวนาน และกลายเป็นปัญหาที่เชื่อมโยงกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ ซึ่งหากตีโจทย์ไม่แตก แยกประเด็นไม่ออก ก็อาจจะพ่ายแพ้ศึกโควิด-19 ในที่สุด"

          ดร.ชนิญญา ชัยสุวรรณ นายกสภาการแพทย์แผนไทย กล่าวว่าวันนี้นับมีเรื่องดีดีเกิดขึ้นทั้งจากอบรมครูแพทย์แผนไทย ที่นอกจากจะได้รับความรู้ที่เป็นมาตรฐานการแพทย์แผนไทย ตามพระราชบัญญัติวิชาชีพการแพทย์แผนไทยแล้ว ยังได้รับข้อมูล ข่าวสารที่เป็นปัจจุบัน ทันสมัย เข้ากับเหตุการณ์ สถานการณ์ในโลกปัจจุบันด้านการแพทย์แผนไทย และวันนี้ทุกท่านยังได้ร่วมในพิธิลงนามบันทึกข้อตกลงครั้งแรกที่สภาการแพทย์แผนไทย ได้ทำ (MOU) ร่วมกับ ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณ ประธานกรรมการมูลนิธิต่อต้านการทุจริต และอีก 2 องค์กรที่เกี่ยวข้องคือ มูลนิธิเพื่อเมืองและชุมชนยั่งยืน และ สมาคมศูนย์ข่าวเยาวชนไทย ซึ่งการทำบันทึกข้อตกลงนี้ เป็นความตั้งใจของเรา ในการที่จะเชิญองค์กรภายนอก มาเป็นเครือข่าย พันธมิตรในการเสริมการทำงานของสภาการแพทย์แผนไทย ให้เข้มแข็งมากขึ้น ตอบโจทย์ของกรรมการชุดนี้ที่มุ่งเน้นการสร้างประโยชน์สาธารณะ โดยนำความรู้ มาตรฐาน ของการแผนแพทย์แผนไทย ไปต่อยอด ทำงานร่วมกับองค์กรต่างๆ ให้ประโยชน์สูงสุดเกิดกับประชาชนทุกกลุ่ม ทั่วประเทศ ดังนั้น การลงนามความร่วมมือกันกับท่าน ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณ ประธานกรรมการมูลนิธิต่อต้านการทุจริต แน่นอนว่า เราจะได้ร่วมกันช่วยสร้างองค์กรของสภาการแพทย์แผนไทย ซึ่งมีสมาชิกทั่วประเทศ ให้เป็นองค์กรที่ทำงานด้วยความสุจริต โปร่งใส อันจะเป็นอีกหนึ่งในความสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรแพทย์แผนไทยของเรา ให้เป็นที่ยอมรับมากขึ้นทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติต่อไป นอกจากนี้ ทางมูลนิธิต่อต้านการทุจริต ยังมีโครการและเครือข่าย หมู่บ้านช่อสะอาด ทั่วประเทศ ซึ่งสามารถขยายผลเรื่ององค์ความรู้ด้านสมุนไพร และแพทย์แผนไทย ไปถึงสมาชิกหมู่บ้านช่อสะอาด ให้ได้องค์ความรู้ใหม่ และสามารถนำไปต่อยอดเชิงวิชาชีพได้ต่อไป

          พลเอก ธีระเดช ฉัตรเสถียรพงศ์ ประธานกรรมการมูลนิธิเพื่อเมืองและชุมชนยั่งยืน เปิดเผยว่ามูลนิธิฯให้ความสำคัญกับการทำงานด้านชุมชนเมือง เป็นสังคมเมืองใหญ่ยังขาดความรู้หรือให้ความสำคัญกับด้านการแพทย์แผนไทยมากนัก ดังนั้นหากสามารถเริ่มต้นการทำงานร่วมกันกับสภาการแพทย์แผนไทยและขยายองค์ความรู้นี้จากชุมชนเมืองต้นแบบ ไปสู่ชุมชนทั่วประเทศได้ จะนับว่าเป็นประโยชน์อย่างดียิ่ง

          นายจุลภควัฒน์ ศรีสุวรรณ อุปนายกสมาคมศูนย์ข่าวเยาวชนไทย กล่าวว่าได้ทำงานด้านเครือข่ายเยาวชนทั่วประเทศมากว่า 23 ปี และมีเครือข่ายการทำงานด้านเด็กเยาวชนกว่า 70 จังหวัดทั่วประเทศ การทำงานร่วมกับเด็กเยาวชนเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะเด็กเยาวชนนอกจากคืออนาคตของชาติที่ทุกคนตระหนักและทราบกันดีอยู่แล้ว ในปัจจุบันเด็กเยาวชนยังเป็นผู้ใช้และสื่อสารด้านโซเซียลได้เป็นอย่างดี ดังนั้น หากสามารถนำองค์ความรู้ด้านการต่อต้านการทุจริต ผสานกับองค์ความรู้ด้านการแพทย์แผนไทย สมุนไพร การรักษาโรคโดยภูมิปัญญาของบรรพบุรุษชาวไทย ปลูกฝัง สร้างความรู้ ความตระหนัก ในคุณค่าของการแพทย์แผนไทยให้กับเด็กเยาวชนคนรุ่นใหม่ทั่วประเทศผ่านเครือข่ายของสมาคมศูนย์ข่าวเยาวชนไทย จะเป็นอีกแนวทางที่ดีมากๆ ในการสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ ความเข้าใจในด้านการแพทย์แผนไทย และพวกเขายังสามารถสื่อสาร ส่งต่อองค์ความรู้เหล่านี้สู่คนรุ่นใหม่เหมือนกัน และคนทุกๆ รุ่นทั่วประเทศให้ได้รับรู้ เห็นคุณค่าของความซื่อสัตย์สุจริต ความภูมิใจในภูมิปัญญาด้านแพทย์แผนไทยจากรุ่นสู่รุ่น อันเป็นอีกแนวทางในการปลูกฝังความรักประเทศชาติของเราได้เป็นอย่างดี

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้