จำคุกคนละ 5 ปี 'อดีตนายกฯ-รอง-ปลัด' อบต.นาหว้า จังหวัดอำนาจเจริญ ทุจริตโครงการขยายท่อส่งน้ำเกษตร

Last updated: 19 พ.ย. 2565  |  2502 จำนวนผู้เข้าชม  | 

จำคุกคนละ 5 ปี 'อดีตนายกฯ-รอง-ปลัด' อบต.นาหว้า จังหวัดอำนาจเจริญ ทุจริตโครงการขยายท่อส่งน้ำเกษตร

ป.ป.ช. เผยแพร่ผลความคืบหน้าคดีกล่าวหา 'เล่ห์ แสนโคตร' อดีตนายก อบต.นาหว้า จังหวัดอำนาจเจริญ -พวก 2 ราย ทุจริตโครงการขยายท่อส่งน้ำเพื่อการเกษตรพร้อมป้าย ล่าสุด ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนลงโทษจำคุกคนละ 5 ปี ไม่รอลงอาญา

เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ความคืบหน้าคดีกล่าวหา นายเล่ห์ แสนโคตร เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) นาหว้า อำเภอปทุมราชวงศา จังหวัดอำนาจเจริญ กับพวก 2 ราย คือ นายประเสริฐ โพธิ รองนายกฯ อบต. นายกิตติพันธ์ เศรษฐิพรพล ปลัด อบต. ทุจริตโครงการขยายท่อส่งน้ำเพื่อการเกษตร หมู่ที่ 9 บ้านหินกอง พร้อมป้ายโครงการ

ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 พ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ.2542 มาตรา 100 (1) ประกอบมาตรา 122 ประกอบ พ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 191 และตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 หรือ พ.ร.บ.ฮั้ว มาตรา 12 ตั้งแต่เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2562 ที่ผ่านมา

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2565 ศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษายืนตามศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 ที่มีคำพิพากษาว่า นายเล่ห์ แสนโคตร จำเลยที่ 1 นายประเสริฐ โพธิ จำเลยที่ 2 นายกิตติพันธ์ เศรษฐิพรพล จำเลยที่ 3 มีความผิดตามมาตรา 157 และนายประเสริฐ โพธิ จำเลยที่ 2 ยังมีความผิดตาม พ.ร.บ.ป.ป.ช.พ.ศ.2542 มาตรา 100,122

นอกจากนี้ จำเลยทั้งสาม ยังมีความผิดตามมาตรา 12 พ.ร.บ.ฮั้วฯ การกระทำของจำเลยทั้งสามเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 12 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ตาม ป.อ.มาตรา 90

จำคุกคนละ 5 ปี

เบื้องต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีการประชุมเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2565 มีมติเห็นชอบในการที่อัยการสูงสุด (อสส.) จะไม่ฎีกาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

อย่างไรก็ดี สำหรับคดีนี้ยังไม่สิ้นสุด จำเลยทั้งหมด มีสิทธิต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในชั้นศาลที่สูงกว่านี้อีกได้

สำหรับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ส่วนพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 12 ระบุว่า เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐผู้ใดกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้หรือกระทำการใด ๆ โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ มีความผิดฐานกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปี ถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้