ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์ว่าด้วยการทดลอง ออกอากาศวิทยุกระจายเสียงในระบบเอฟเอ็มกำลังส่งต่ำ พ.ศ. ... (ร่าง)

Last updated: 2021-11-23  |  1406 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์ว่าด้วยการทดลอง ออกอากาศวิทยุกระจายเสียงในระบบเอฟเอ็มกำลังส่งต่ำ พ.ศ. ... (ร่าง)

(ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์ว่าด้วยการทดลองออกอากาศวิทยุกระจายเสียงในระบบเอฟเอ็มกำลังส่งต่ำ พ.ศ. ...

ความเป็นมาเหตุผลและความจำเป็น

1. ศาลปกครองสูงสุด ได้มีคำพิพากษาในคดีแดงหมายเลขที่ อ.1365/2563 เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2563 ในคดีระหว่างห้างหุ้นส่วนจำกัด ฐิติรัตน์ มีเดีย แอนด์ เน็ตเวิร์ค (ผู้ฟ้องคดี) และสำนักงาน กสทช. (ผู้ถูกฟ้องคดี) โดยศาลวินิจฉัยแล้วเห็นว่าข้อ 7 ของประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง พ.ศ. 2555 มีผลทำให้ผู้ที่มีลักษณะเฉพาะสำหรับการประกอบกิจการบริการชุมชนเท่านั้นที่จะมีสิทธิยื่นคำขอทดลองประกอบกิจการบริการสาธารณะและทางธุรกิจได้ ทั้งๆ ที่ผู้นั้นอาจไม่มีลักษณะที่จะได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการดังกล่าวอย่างแน่แท้ และในทางตรงกันข้ามยังมีผลเป็นการกีดกันผู้ที่ไม่เคยดำเนินการตามประกาศ กทช. เดิม แต่มีลักษณะที่จะขออนุญาตประกอบกิจการบริการสาธารณะ หรือกิจการทางธุรกิจ เสียโอกาสที่จะขออนุญาตทดลองประกอบกิจการข้อ ๗ ของประกาศนี้จึงขัดกับมาตรา 41 วรรคสี่ แห่ง พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 ที่บัญญัติให้การอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อกิจการกระจาย เสียงต้องคำนึงถึงการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม และขัดต่อมาตรา 41 วรรคหก ที่บัญญัติให้ใช้วิธีคัดเลือกโดยวิธีการประมูลคลื่นความถี่และขัดกับมาตรา 27 วรรคสาม ที่บัญญัติให้การใช้อำนาจของผู้ถูกฟ้องคดี ต้องไม่ขัดหรือแย้งกับกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ การที่ผู้ถูกฟ้องคดีอ้างว่า ประกาศดังกล่าวเป็นมาตรการที่สามารถแก้ไขปัญหาไม่ให้มีการใช้คลื่นความถี่ในการประกอบกิจการกระจายเสียง เพิ่มมากขึ้น อันเป็นการกำหนดหลักเกณฑ์การใช้คลื่นความถี่ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและปราศจากการรบกวน ซึ่งกันและกัน พิเคราะห์แล้วเห็นว่าการอนุญาตให้ทดลองออกอากาศในลักษณะชั่วคราวก็เป็นการอนุญาตให้ใช้ คลื่นความถี่อันเป็นทรัพยากรสื่อสารของชาติเช่นเดียวกัน การออกประกาศดังกล่าวจึงต้องกำหนดลักษณะและ คุณสมบัติของผู้ขออนุญาตตามบทบัญญัติของกฎหมายโดยไม่อาจฝ่าฝืนได้ ประกอบกับผู้ถูกฟ้องคดียังสามารถเลือกใช้ มาตรการอื่นในการจัดสรรคลื่นความถี่เพื่อไม่ให้เกิดการทับซ้อนหรือรบกวนคลื่นความถี่อื่นได้ ดังนั้น ข้อ 7 ของ ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง พ.ศ. 2555 จึงเป็นกฎที่ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย อุทธรณ์ของผู้ฟ้องคดีฟังขึ้น จึงให้เพิกถอนข้อ ๗ ของประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง พ.ศ. 2555 โดยให้มีผลย้อนหลังไปจนถึงวันที่ประกาศดังกล่าวมีผลใช้บังคับ

2. ที่ประชุม กสทช. ครั้งที่ 10/2564 เมื่อวันอังคารที่ 25 พฤษภาคม 2564 ได้พิจารณาแผนการดำเนินงานในการพิจารณาอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่และประกอบกิจการกระจายเสียงและและแผนการดำเนินงาน ในการเปลี่ยนผ่านการทดลองประกอบกิจการกระจายเสียงไปสู่ระบบการอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการอนุญาตให้ใช้งานคลื่นความถี่และการประกอบกิจการกระจายเสียง และมีมติ ดังนี้

2.1 เห็นชอบแผนการดำเนินงานในการพิจารณาอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่และประกอบกิจการกระจายเสียง สำหรับคลื่นความถี่ตามแผนความถี่วิทยุกระจายเสียงระบบเอฟเอ็ม และระบบ เอเอ็ม เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านระบบการใช้งานคลื่นความถี่วิทยุกระจายเสียงไปสู่ระบบการอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการอนุญาต ให้ใช้งานคลื่นความถี่และประกอบกิจการกระจายเสียง

2.2เห็นชอบแผนการดำเนินงานในการเปลี่ยนผ่านการทดลองประกอบกิจการกระจายเสียงไปสู่ระบบการอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการอนุญาตให้ใช้งานคลื่นความถี่และการประกอบกิจการกระจายเสียง โดยมีหลักการ ดังนี้

2.2.1 ให้จัดทำแผนความถี่วิทยุกระจายเสียงระบบเอฟเอ็ม กำลังส่งต่ำ และมาตรฐานทางเทคนิค ที่เกี่ยวข้องเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านการทดลองประกอบกิจการกระจายเสียงไปสู่ระบบการอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการอนุญาตให้ใช้งานคลื่นความถี่และการประกอบกิจการกระจายเสียง ทั้งนี้ เพื่อแก้ไขสภาพปัญหาการรบกวนคลื่นความถี่ และบริหารจัดการการใช้งานคลื่นความถี่ให้เหมาะสม

2.2.2 การพิจารณาอนุญาตให้ใช้งานคลื่นความถี่ด้วยกำลังส่งต่ำเพื่อประกอบกิจการกระจายเสียง ให้เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน 2565 เป็นต้นไป ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามประกาศหลักเกณฑ์ที่ กสทช. ประกาศ กำหนด

2.2.3 กรณีสถานีวิทยุกระจายเสียงที่มีสถานะเป็นผู้ได้รับอนุญาตตามประกาศ กสทช. เรื่อง  หลักเกณฑ์การอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง พ.ศ. ๒๕๕๕ และยังไม่สามารถเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามข้อ ๒.๒.๒ ได้ ให้ออกอากาศด้วยการใช้คลื่นความถี่กำลังต่ำ ทั้งนี้การออกอากาศให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ กสทช. กำหนด ตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน 2565 และให้สิ้นสุดลงพร้อมกันภายในปี 2567

3. เพื่อดำเนินการตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ในคดีแดงหมายเลขที่ อ. 1365/2563 เมื่อวันที่  22 ธันวาคม 2563 ซึ่งมีคำสั่งให้เพิกถอนข้อ 7 ของประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การอนุญาตทดลองประกอบ กิจการวิทยุกระจายเสียง พ.ศ. 2555 โดยให้มีผลย้อนหลังไปจนถึงวันที่ประกาศดังกล่าวมีผลบังคับใช้บังคับ ประกอบกับแผนการดำเนินงานในการพิจารณาอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่และประกอบกิจการกระจายเสียง และแผนการดำเนินงานในการเปลี่ยนผ่านการทดลองประกอบกิจการกระจายเสียงไปสู่ระบบการอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการอนุญาตให้ใช้งานคลื่นความถี่และการประกอบกิจการกระจายเสียง ตามที่ประชุม กสทช. ครั้งที่ 10/2564 เมื่อวันอังคารที่ 25 พฤษภาคม 2564 ได้พิจารณาเห็นชอบ ส่งผลให้จำเป็นต้องมีการจัดทำประกาศหลักเกณฑ์การอนุญาต เพื่อให้สอดคล้องกับคำพิพากษาดังกล่าว โดยต้องเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบกิจการรายใหม่สามารถยื่นคำขออนุญาตประกอบ กิจการตามประกาศดังกล่าวได้และเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านการทดลองประกอบกิจการกระจายเสียงไปสู่ระบบการอนุญาต ตามกฎหมายว่าด้วยการอนุญาตให้ใช้งานคลื่นความถี่และการประกอบกิจการกระจายเสียงตามแนวทางที่มติที่ประชุม กสทช. ครั้งที่ 10/2564 เมื่อวันอังคารที่ 25 พฤษภาคม 2564 กำหนด สำนักงาน กสทช. จึงได้จัดทำร่างประกาศ  กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์ว่าด้วยการทดลองออกอากาศวิทยุกระจายเสียงในระบบเอฟเอ็มกำลังส่งต่ำ ขึ้นเสนอต่อที่ประชุม กสทช. เพื่อพิจารณา โดยที่ประชุม กสทช.ครั้งที่ 21/2564 เมื่อวันพุธที่ 10 พฤศจิกายน 2564 ได้มีมติเห็นชอบในหลักการร่างประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์ว่าด้วยการทดลองออกอากาศวิทยุกระจายเสียงในระบบเอฟเอ็มกำลังส่งต่ำ พ.ศ. ... พร้อมทั้งมอบหมายให้สำนักงาน กสทช. นำร่างประกาศไปรับฟังความคิดเห็น สาธารณะตามมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการ  วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 ต่อไป

สรุปสาระสำคัญ

        สาระสำคัญของร่างประกาศฉบับนี้ เป็นการกำหนดหลักเกณฑ์ว่าด้วยการทดลองออกอากาศ วิทยุกระจายเสียงในระบบเอฟเอ็มกำลังส่งต่ำเป็นการชั่วคราว เพื่อให้ผู้ทดลองประกอบกิจการตาม ประกาศ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์การอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง พ.ศ. 2555 ที่ยังไม่สามารถเข้าสู่กระบวนการพิจารณาอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการอนุญาตให้ใช้งานคลื่นความถี่และการประกอบกิจการกระจายเสียงได้เตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ระบบการอนุญาตภายในปี 2567

        โดยกำหนดให้ผู้ทดลองประกอบกิจการตามประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์การอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง พ.ศ. 2555 ที่มีอายุใบอนุญาตอยู่ในวันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ เป็นผู้ทดลองออกอากาศวิทยุกระจายเสียงระบบเอฟเอ็ม  กำลังส่งต่ำ ตามประกาศนี้โดยจะเริ่มทดลองออกอากาศวิทยุกระจายเสียงระบบเอฟเอ็ม กำลังส่งต่ำ ตามประกาศนี้ได้ ต่อเมื่อดำเนินการปรับปรุงมาตรฐานทางเทคนิคให้เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง มาตรฐานทางเทคนิคเครื่องส่งวิทยุกระจายเสียงระบบเอฟเอ็ม กำลังส่งต่ำ และได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยวิทยุคมนาคมครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในบทเฉพาะกาล และให้มีสิทธิทดลองออกอากาศได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2567

        โดยผู้ทดลองออกอากาศมีสิทธิทดลองออกอากาศต่อไป ตามประเภท ขอบเขต และเงื่อนไขที่เคยได้รับ อนุญาตให้ทดลองประกอบกิจการตามประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์การอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง พ.ศ. 2555 และจะต้องมีคุณสมบัติ ลักษณะผังรายการ สัดส่วนรายการ การหารายได้ความรับผิดชอบของผู้ทดลองออกอากาศตามที่กำหนด ในแต่ละประเภท ตามภาคผนวก ก ภาคผนวก ข ภาคผนวก ค แล้วแต่กรณี โดยให้ใช้กำลังส่งออกอากาศสูงสุด (Maximum Effective Radiated Power) ได้ไม่เกินหนึ่งร้อยวัตต์

        ทั้งนี้ประกาศฉบับนี้ได้กำหนดวิธีการดำเนินการต่างๆ เพื่อให้การทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง ในระบบเอฟเอ็มกำลังส่งต่ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยกำหนดหน้าที่ที่ผู้ทดลองประกอบกิจการต้องปฏิบัติ เช่น การตรวจมาตรฐานทางเทคนิคของเครื่องส่งวิทยุกระจายเสียงระบบเอฟเอ็ม กำลังส่งต่ำ การส่งผังรายการที่ใช้ ในการออกอากาศ การเปลี่ยนแปลงข้อมูลการทดลองออกอากาศ การป้องกันการรบกวนคลื่นความถี่ และการกำกับ ดูแลการทดลองออกอากาศ รวมถึงการสิ้นสุดการทดลองออกอากาศ

(ร่าง) 

ประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์ว่าด้วยการทดลองออกอากาศวิทยุกระจายเสียงในระบบเอฟเอ็มกำลังส่งต่ำ พ.ศ. ...

        โดยที่เป็นการสมควรให้ดำเนินการเปลี่ยนผ่านการทดลองประกอบกิจการกระจายเสียงตามประกาศ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์การอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง พ.ศ. 2555 ไปสู่ระบบการอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการอนุญาตให้ใช้งานคลื่นความถี่และการประกอบกิจการกระจายเสียง เพื่อให้การดำเนินการในช่วงเปลี่ยนผ่านดังกล่าว เป็นไปด้วยความเรียบร้อยมีประสิทธิภาพ ปราศจากการรบกวนการใช้คลื่นความถี่ จึงเห็นสมควรให้มีหลักเกณฑ์ว่าด้วยการทดลองออกอากาศวิทยุกระจายเสียงในระบบเอฟเอ็มกำลังส่งต่ำเป็นการชั่วคราวเพื่อให้ผู้ทดลองประกอบกิจการ ที่ยังไม่สามารถเข้าสู่กระบวนการพิจารณาอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการอนุญาตให้ใช้งานคลื่นความถี่และการประกอบกิจการกระจายเสียง ได้เตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่ระบบการอนุญาตภายในปี 2567

        อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 27 (3) (4) (5) (6) (9) (10) (11) (13) (15) และ (24) แห่ง พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคม พ.ศ. 2553 มาตรา 5 มาตรา 7 มาตรา 8 มาตรา 9 มาตรา 10 มาตรา 11 มาตรา 12 มาตรา 13 มาตรา 14 มาตรา 15 มาตรา 16 มาตรา 17 มาตรา 18 มาตรา 19 มาตรา 20 มาตรา 21 มาตรา 22 มาตรา 23  มาตรา 24 มาตรา 29 มาตรา 33 มาตรา 34 มาตรา 35 มาตรา 36 มาตรา 37 มาตรา 38 มาตรา 53 มาตรา 55 มาตรา 56 และมาตรา 78 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้ 

ข้อ 1 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน 2565 เป็นต้นไป

ข้อ 2 ให้ยกเลิก ประกาศดังต่อไปนี้ ตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน 2565 เป็นต้นไป

(1) ประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง  หลักเกณฑ์การอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง พ.ศ. 2555

(2) ประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลการทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง พ.ศ. 2556

(3) ประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง  หลักเกณฑ์การกำกับดูแลการทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง (ฉบับที่ 2)

บรรดาประกาศ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งอื่นใด ในส่วนที่ได้กำหนดไว้แล้วในประกาศนี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับประกาศนี้ ให้ใช้ประกาศนี้แทน

ข้อ 3 ในประกาศนี้

“การทดลองออกอากาศ” หมายความว่า การทดลองออกอากาศวิทยุกระจายเสียงซึ่งให้บริการการส่ง ข่าวสารสาธารณะหรือรายการไปยังเครื่องรับที่สามารถรับฟังการให้บริการนั้น ๆ ได้ โดยผ่านคลื่นความถี่ในระบบ เอฟเอ็มกำลังส่งต่ำ 

“ผู้ทดลองประกอบกิจการ” หมายความว่า ผู้ได้รับอนุญาตให้ทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง ตามประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์ การอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง พ.ศ. 2555

“ผู้ทดลองออกอากาศ” หมายความว่า ผู้ทดลองออกอากาศวิทยุกระจายเสียงในระบบเอฟเอ็มกำลังส่งต่ำ ตามประกาศนี้

“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า บุคคลที่ กสทช. แต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามประกาศนี้

ข้อ 4 ให้ กสทช. เป็นผู้มีอำนาจตามประกาศนี้ ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามประกาศนี้ให้เป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด โดยคำวินิจฉัยของ กสทช. ให้ถือเป็นที่สุด

หมวด 1 

บททั่วไป

ข้อ 5 ให้ผู้ทดลองประกอบกิจการที่มีอายุใบอนุญาตอยู่ในวันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ เป็นผู้ทดลอง ออกอากาศตามประกาศนี้โดยให้เริ่มทดลองออกอากาศตามประกาศนี้ได้ต่อเมื่อได้ดำเนินการปรับปรุงมาตรฐานทางเทคนิคให้เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ  เรื่อง มาตรฐานทางเทคนิคเครื่องส่งวิทยุกระจายเสียงระบบเอฟเอ็ม กำลังส่งต่ำ และได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยวิทยุคมนาคมครบถ้วน

ให้ผู้ทดลองประกอบกิจการที่อายุใบอนุญาตสิ้นสุดลงไม่เกินหกเดือนนับแต่วันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับเป็นผู้ทดลองออกอากาศตามประกาศนี้เมื่อได้ดำเนินการปรับปรุงมาตรฐานทางเทคนิคให้เป็นไปตามประกาศ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง มาตรฐานทางเทคนิค เครื่องส่งวิทยุกระจายเสียงระบบเอฟเอ็ม กำลังส่งต่ำ และได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยวิทยุคมนาคมครบถ้วน

ข้อ 6 ภายใต้บังคับของประกาศนี้ ให้ผู้ทดลองออกอากาศมีสิทธิทดลองออกอากาศต่อไป ตามประเภท ขอบเขต และเงื่อนไขที่เคยได้รับอนุญาตให้ทดลองประกอบกิจการ

ผู้ทดลองออกอากาศจะต้องมีคุณสมบัติลักษณะผังรายการ สัดส่วนรายการ การหารายได้ ความรับผิดชอบของผู้ทดลองออกอากาศ ตามที่กำหนดในแต่ละประเภท ตามภาคผนวก ก ภาคผนวก ข ภาคผนวก ค แล้วแต่กรณีโดยให้ใช้กำลังส่งออกอากาศสูงสุด (Maximum Effective Radiated Power) ได้ไม่เกินหนึ่งร้อยวัตต์

ข้อ 7 ให้ผู้ทดลองออกอากาศมีสิทธิทดลองออกอากาศตามประกาศนี้ได้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2567

การขอพักหรือหยุดการให้บริการชั่วคราว จะกระทำไม่ได้ เว้นแต่มีเหตุจำเป็นที่ทำให้ต้องพักหรือหยุด การให้บริการชั่วคราว โดยให้แจ้งเหตุผลความจำเป็นพร้อมทั้งระบุระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดการพักหรือหยุดการให้บริการเป็นลายลักษณ์อักษรต่อสำนักงาน กสทช. ล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบห้าวันก่อนทำการพักหรือหยุดให้บริการ  เว้นแต่กรณีมีเหตุสุดวิสัย ให้แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรต่อสำนักงาน กสทช. ทันทีที่สามารถกระทำได้ ทั้งนี้ การพิจารณาให้พักหรือหยุดการให้บริการให้กสทช. หรือพนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาเป็นรายกรณี

ข้อ 8 ผู้ทดลองออกอากาศจะต้องมีมาตรฐานทางเทคนิคตามประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง มาตรฐานทางเทคนิคเครื่องส่งวิทยุกระจายเสียงระบบเอฟเอ็ม กำลังส่งต่ำ

โดยผู้ทดลองออกอากาศต้องได้รับการทดสอบมาตรฐานทางเทคนิคจากสำนักงาน กสทช. หรือ ห้องปฏิบัติการทดสอบที่ได้ลงทะเบียนเป็นห้องปฏิบัติการทดสอบกับสำนักงาน กสทช. แล้วแต่กรณี และนำส่งแบบ รายงานระดับการแผ่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าของสถานีวิทยุกระจายเสียงระบบเอฟเอ็ม กำลังส่งต่ำ อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง ภายในระยะเวลาที่สำนักงาน กสทช. กำหนด

ข้อ 9 ผู้ทดลองออกอากาศมีหน้าที่ต้องป้องกันการรบกวนการใช้คลื่นความถี่ในกิจการวิทยุการบิน ตามประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์ ป้องกันการรบกวนการใช้คลื่นความถี่ของสถานีวิทยุกระจายเสียงต่อกิจการวิทยุการบิน ตลอดระยะเวลาในการทดลองออกอากาศ

โดยผู้ทดลองออกอากาศต้องจัดทำรายงานการแพร่แปลกปลอมของสถานีวิทยุกระจายเสียงอย่างน้อย ปีละหนึ่งครั้ง ภายในระยะเวลาที่สำนักงาน กสทช. กำหนด

ข้อ 10 ผู้ทดลองออกอากาศต้องดำเนินการเกี่ยวกับเครื่องส่งวิทยุคมนาคม การตั้งสถานีวิทยุคมนาคม  ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยวิทยุคมนาคม กฎหมายว่าด้วยการเดินอากาศ กฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร หรือ กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง แล้วแต่กรณี โดยครบถ้วน

ข้อ 11 ภาระค่าใช้จ่าย ค่าดำเนินการค่าธรรมเนียมอื่นใดที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการตามประกาศนี้ ให้ผู้ทดลองออกอากาศเป็นผู้รับผิดชอบ

ข้อ 12 ผู้ทดลองออกอากาศต้องจัดทำผังรายการให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของการทดลอง ออกอากาศ และเสนอผังรายการหลักต่อ กสทช. อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งภายในเดือนตุลาคมของทุกปีทั้งนี้ การจัดทำ ผังรายการให้เป็นไปตามที่สำนักงาน กสทช. กำหนด

ข้อ 13 การแจ้งให้ผู้ทดลองออกอากาศดำเนินการใด ๆ ตามประกาศนี้ นอกจากจะกระทำเป็นหนังสืออาจกระทำโดยวิธีอื่น เช่น การแจ้งด้วยวิธีการทางโทรสาร หรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบการยื่นคำขอรับอนุญาตทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือวิธีการอื่นใดที่สำนักงานประกาศกำหนด หากผู้ทดลองออกอากาศได้แจ้งต่อสำนักงาน กสทช. ว่าประสงค์จะรับทราบผลด้วยวิธีการดังกล่าว

ข้อ 14 การแจ้ง การยื่นคำร้องของผู้ทดลองออกอากาศ ให้ยื่นต่อสำนักงาน กสทช. ด้วยตนเอง ณ ที่ทำการสำนักงาน กสทช. หรือส่งไปรษณีย์ลงทะเบียน หรือผ่านระบบการยื่นคำขอรับอนุญาตทางอิเล็กทรอนิกส์ของ สำนักงาน กสทช.

หมวด 2 

การเปลี่ยนแปลงข้อมูลการทดลองออกอากาศ

ข้อ 15 เพื่อให้การบริหารจัดการคลื่นความถี่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ป้องกันมิให้คลื่นความถี่รบกวนกัน และเพื่อมิให้เกิดผลกระทบต่อแผนการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่และการอนุญาตให้ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง ในระบบเอฟเอ็มกำลังส่งต่ำ ห้ามมิให้ผู้ทดลองออกอากาศเปลี่ยนแปลงความถี่ออกอากาศ ที่ตั้งเครื่องส่ง ที่ตั้ง สายอากาศ ความสูงสายอากาศ กำลังส่งออกอากาศ และประเภทหรือวัตถุประสงค์ในการทดลองออกอากาศ ตลอด ระยะเวลาในการทดลองออกอากาศตามประกาศนี้

ข้อ 16 การเปลี่ยนแปลงข้อมูลการทดลองออกอากาศ ดังต่อไปนี้ ให้ผู้ทดลองออกอากาศแจ้งรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงข้อมูลเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบ เพื่อให้สำนักงาน กสทช. ทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง

(1) ชื่อนิติบุคคลหรือกลุ่มคน 

(2) ผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลหรือกลุ่มคน 

(3) ผู้ถือหุ้นหรือหุ้นส่วนของนิติบุคคล โดยต้องมีผู้ถือหุ้นหรือหุ้นส่วนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามมีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ให้บริการ 

(4) สมาชิกกลุ่มคน โดยสมาชิกทุกคนต้องมีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ให้บริการ 

(5) ที่ตั้งนิติบุคคลหรือกลุ่มคน 

(6) ผู้อำนวยการสถานี 

(7) การแปรสภาพห้างหุ้นส่วนจำกัดเป็นบริษัทจำกัด

ข้อ 17 การเปลี่ยนแปลงข้อมูลการทดลองออกอากาศ ดังต่อไปนี้ ให้ผู้ทดลองออกอากาศยื่นคำร้องขอ เปลี่ยนแปลงข้อมูลต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อพิจารณาอนุมัติ

(1) เปลี่ยนชื่อสถานี

(2) ที่ตั้งห้องส่ง

ผู้ทดลองออกอากาศจะต้องแจ้งรายละเอียดการเปลี่ยนแปลง พร้อมทั้งยื่นเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องต่อ พนักงานเจ้าหน้าที่ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงข้อมูล เมื่อคำร้องและเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาครบถ้วน หากการขอเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังกล่าว ไม่ขัดต่อเงื่อนไขการทดลองออกอากาศและประกาศหลักเกณฑ์หรือกฎหมาย อื่นใดที่เกี่ยวข้อง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาอนุมัติและแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ยื่นคำร้องทราบภายในสามสิบวัน ทำการ และให้พนักงานเจ้าหน้าที่รายงานผลการดำเนินงานต่อ กสทช. เพื่อทราบภายในสามสิบวันทำการ

หมวด 3 

การป้องกันการรบกวนคลื่นความถี่

ข้อ 18 ห้ามมิให้ผู้ทดลองออกอากาศออกอากาศหรือดำเนินการใด ๆ อันเป็นการแพร่กระจายคลื่น ความถี่รบกวนผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งผู้ทดลองออกอากาศให้แก้ไข ปรับปรุง หรือระงับการแพร่กระจายคลื่นความถี่ ที่ก่อให้เกิดการรบกวนตามวรรคหนึ่งภายในสิบห้าวันนับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้ง

หากภายหลังจากดำเนินการตามวรรคสองแล้ว ยังคงเกิดการแพร่กระจายคลื่นความถี่ที่ก่อให้เกิดการ รบกวนซ้ำอีก ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สั่งให้ผู้ทดลองออกอากาศระงับการออกอากาศชั่วคราว และให้แก้ไข ปรับปรุงการ แพร่กระจายคลื่นความถี่ที่ก่อให้เกิดการรบกวนตามวรรคหนึ่งให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้ง คำสั่ง

หากพ้นกำหนดระยะเวลาตามวรรคสามและผู้ทดลองออกอากาศยังไม่สามารถแก้ไขปรับปรุงการ แพร่กระจายคลื่นความถี่ที่ก่อให้เกิดการรบกวนได้ หรือกรณีที่ได้แก้ไข ปรับปรุงไปแล้วและปรากฏว่าเกิดการรบกวน ในลักษณะเดียวกันซ้ำอีก ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จัดทำรายงานผลการตรวจสอบพร้อมความเห็น เพื่อประกอบการ พิจารณาเพิกถอนการอนุญาตทดลองออกอากาศต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ออกใบอนุญาต โดยให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ผู้ออกใบอนุญาตรายงานผลการพิจารณาต่อ กสทช. ภายในสิบห้าวันทำการ

ข้อ 19 ห้ามมิให้ผู้ทดลองออกอากาศ ออกอากาศหรือดำเนินการใด ๆ อันเป็นการแพร่กระจายคลื่น ความถี่รบกวนผู้ทดลองออกอากาศด้วยกันเอง

กรณีที่มีการแพร่กระจายคลื่นความถี่รบกวนระหว่างผู้ทดลองออกอากาศด้วยกันให้พนักงานเจ้าหน้าที่ แจ้งให้คู่กรณีทุกฝ่ายแก้ไข ปรับปรุง มิให้เกิดการแพร่กระจายคลื่นความถี่ที่ก่อให้เกิดการรบกวนตามวรรคหนึ่งภายในสิบห้าวันนับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้ง หากไม่สามารถแก้ไขปรับปรุงได้ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สอบถามคู่กรณีว่าประสงค์จะเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยหรือไม่ หากคู่กรณีทั้งสองฝ่ายตกลงเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย ให้ดำเนินการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทให้แล้วเสร็จภายในสิบห้าวันนับแต่วันเริ่มกระบวนการไกล่เกลี่ยและรายงานผลการไกล่เกลี่ยเป็นลายลักษณ์อักษรให้ กสทช. ทราบ

หากคู่กรณีไม่ประสงค์เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย หรือไม่สามารถไกล่เกลี่ยได้ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ รายงานต่อสำนักงาน กสทช. ภายในเจ็ดวันนับตั้งแต่ได้รับแจ้งจากคู่กรณีว่าไม่ประสงค์เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ย  หรือวันที่ได้ทราบผลว่าไม่สามารถไกล่เกลี่ยได้ และให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการพิจารณาตรวจสอบถึงเหตุแห่งการ แพร่กระจายคลื่นความถี่รบกวน หากพบว่าผู้ทดลองออกอากาศรายใดออกอากาศหรือดำเนินการใด ๆ อันเป็นการ แพร่กระจายคลื่นความถี่รบกวนผู้ทดลองออกอากาศรายอื่นให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งให้ผู้ทดลองออกอากาศรายนั้น ระงับการแพร่กระจายคลื่นความถี่รบกวน ภายในสิบห้าวันนับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง

หากภายหลังจากดำเนินการตามวรรคสอง หรือวรรคสามแล้ว ยังคงเกิดการแพร่กระจายคลื่นความถี่ ที่ก่อให้เกิดการรบกวนอยู่อีก ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สั่งให้ผู้ทดลองออกอากาศระงับการออกอากาศชั่วคราว และให้ แก้ไข ปรับปรุงการแพร่กระจายคลื่นความถี่ที่ก่อให้เกิดการรบกวนตามวรรคหนึ่งให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวัน

หากพ้นกำหนดระยะเวลาตามวรรคสี่และผู้ทดลองออกอากาศยังไม่สามารถแก้ไข ปรับปรุงการ แพร่กระจายคลื่นความถี่ที่ก่อให้เกิดการรบกวนได้ หรือกรณีที่ได้แก้ไข ปรับปรุงไปแล้วและปรากฏว่าเกิดการรบกวน ในลักษณะเดียวกันซ้ำอีก ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จัดทำรายงานผลการตรวจสอบพร้อมความเห็นเพื่อประกอบการ พิจารณาเพิกถอนการอนุญาตทดลองออกอากาศต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ออกใบอนุญาตโดยให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ผู้ออกใบอนุญาตรายงานผลการพิจารณาต่อ กสทช. ภายในสิบห้าวันทำการ

ข้อ 20 ห้ามมิให้ผู้ทดลองออกอากาศออกอากาศหรือดำเนินการใด ๆ อันเป็นการแพร่กระจายคลื่น ความถี่รบกวนกิจการวิทยุทางการบินทั้งภายในและระหว่างประเทศ 

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สั่งให้ผู้ทดลองออกอากาศระงับการแพร่กระจายคลื่นความถี่ที่ก่อให้เกิดการรบกวน ตามวรรคหนึ่งทันที โดยให้ดำเนินการแก้ไขปรับปรุงมิให้มีการแพร่กระจายคลื่นความถี่ที่ก่อให้เกิดการรบกวนกิจการ ตามวรรคหนึ่ง และจะเริ่มดำเนินการทดลองออกอากาศต่อได้เมื่อผลการตรวจสอบปรากฏว่า ไม่ก่อให้เกิดการ แพร่กระจายคลื่นความถี่ที่ก่อให้เกิดการรบกวนตามวรรคหนึ่งจากพนักงานเจ้าหน้าที่ 

หากภายหลังจากดำเนินการตามวรรคสองแล้ว ยังคงเกิดการแพร่กระจายคลื่นความถี่ที่ก่อให้เกิดการ รบกวนซ้ำอีก ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จัดทำรายงานผลการตรวจสอบพร้อมความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาเพิกถอน การอนุญาตทดลองออกอากาศต่อ กสทช. คำสั่งของ กสทช. ให้ถือเป็นที่สุด 

ข้อ 21 ห้ามมิให้ผู้ทดลองออกอากาศออกอากาศหรือดำเนินการใด ๆ อันเป็นการแพร่กระจายคลื่น ความถี่รบกวนกิจการโทรคมนาคมหรือกิจการวิทยุคมนาคมที่ได้รับใบอนุญาตตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งให้ผู้ทดลองออกอากาศ แก้ไข ปรับปรุง หรือระงับการแพร่กระจายคลื่นความถี่ ที่ก่อให้เกิดการรบกวนตามวรรคหนึ่งภายในสิบห้าวันนับตั้งแต่วันที่ได้รับการแจ้ง 

หากภายหลังจากดำเนินการตามวรรคสองแล้ว ยังคงเกิดการแพร่กระจายคลื่นความถี่ที่ก่อให้เกิดการ รบกวนซ้ำอีก ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สั่งให้ผู้ทดลองออกอากาศระงับการออกอากาศชั่วคราว และให้แก้ไข ปรับปรุงการ แพร่กระจายคลื่นความถี่ที่ก่อให้เกิดการรบกวนตามวรรคหนึ่งให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวัน 

หากพ้นกำหนดระยะเวลาตามวรรคสามและผู้ทดลองออกอากาศยังไม่สามารถแก้ไขปรับปรุงการ แพร่กระจายคลื่นความถี่ที่ก่อให้เกิดการรบกวนได้ หรือกรณีที่ได้แก้ไขปรับปรุงไปแล้วและปรากฏว่าเกิดการรบกวน ในลักษณะเดียวกันซ้ำอีก ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จัดทำรายงานผลการตรวจสอบพร้อมความเห็น เพื่อประกอบการ พิจารณาเพิกถอนการอนุญาตทดลองออกอากาศต่อ กสทช. คำสั่งของ กสทช. ให้ถือเป็นที่สุด 

ข้อ 22 กสทช. อาจกำหนดมาตรการหรือดำเนินการอื่นใดเพิ่มเติมเพื่อป้องกันการรบกวนกิจการวิทยุ ทางการบินในอนาคต 

หมวด 4

การกำกับดูแลการทดลองออกอากาศ

ข้อ 23 กรณีผู้ทดลองออกอากาศฝ่าฝืนเงื่อนไขการทดลองออกอากาศหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วย การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง หรือมาตรการที่เกี่ยวกับการ ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ที่ กสทช. กำหนด หรือกฎหมายอื่น ๆ ที่มีโทษทางอาญา นอกจากต้องรับโทษตามกฎหมายอื่นแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งให้ดำเนินการแก้ไข ระงับ ปรับปรุงหรือ ปฏิบัติให้ถูกต้องหรือเหมาะสมภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในคำสั่ง 

ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่สั่งให้ดำเนินการแก้ไข ระงับ ปรับปรุงหรือปฏิบัติให้ถูกต้องหรือเหมาะสม ตามวรรคหนึ่งแล้ว หากผู้ทดลองออกอากาศยังคงฝ่าฝืน ไม่ดำเนินการแก้ไข ระงับ ปรับปรุง หรือปฏิบัติให้ถูกต้องหรือ เหมาะสม ให้พนักงานเจ้าหน้าที่รวบรวมข้อเท็จจริง พร้อมจัดทำรายงานความเห็น เสนอต่อ กสทช. เพื่อพิจารณาตาม ข้อ 24

ข้อ 24 เมื่อ กสทช. ได้รับรายงานจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามข้อ ๒๓ วรรคสองแล้ว กสทช. อาจพิจารณา ลงโทษทางปกครองอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ตามควรแก่กรณี 

(1) ให้มีการชำระค่าปรับบังคับการตามจำนวนที่สมควรแก่เหตุ โดยค่าปรับบังคับการให้เป็นไปตาม กฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง 

(2) พักการทดลองออกอากาศ ไม่เกินครั้งละสามสิบวัน 

(3) เพิกถอนสิทธิการทดลองออกอากาศ 

ข้อ 25 ในกรณีดังต่อไปนี้ ให้ กสทช. มีอำนาจเพิกถอนสิทธิการทดลองออกอากาศ 

(1) ผู้ทดลองออกอากาศถูกพักการทดลองออกอากาศมาแล้ว 2 ครั้งในระหว่างการทดลองออกอากาศ ตามประกาศนี้ 

(2) ผู้ทดลองออกอากาศฝ่าฝืนหรือกระทำความผิดตามประกาศนี้ หรือหลักเกณฑ์หรือคำสั่งที่กำหนด ตามประกาศนี้อีก หรือกรณีที่เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง  

(3) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 6

(4) ผู้ทดลองออกอากาศมิได้ทดลองออกอากาศด้วยตนเอง 

(5) ผู้ทดลองออกอากาศฝ่าฝืนเงื่อนไขการหารายได้ตามข้อ ๖ 

(6) ผู้ทดลองออกอากาศออกอากาศโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือออกอากาศโดยใช้คลื่นความถี่หรือที่ตั้ง ที่ไม่ได้รับอนุญาต 

ข้อ 26 ในกรณีที่ปรากฏแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ว่าผู้ทดลองออกอากาศฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อ 8 หรือ ข้อ 9 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งผู้ทดลองออกอากาศระงับการออกอากาศไว้จนกว่าจะได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว หากผู้ทดลองออกอากาศไม่ปฏิบัติตามคำสั่งให้ระงับการออกอากาศตามวรรคหนึ่ง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ รวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน พร้อมจัดทำรายงานความเห็นต่อ กสทช. เพื่อพิจารณาเพิกถอนการทดลอง ออกอากาศภายในสี่สิบห้าวันทำการนับตั้งแต่วันที่พนักงานเจ้าหน้าที่พบการฝ่าฝืนคำสั่ง

หมวด 5

การสิ้นสุดการทดลองออกอากาศ

ข้อ 27 ให้การทดลองออกอากาศสิ้นสุดลง ด้วยเหตุดังต่อไปนี้ 

(1) ระยะเวลาทดลองออกอากาศสิ้นสุดลงตามข้อ ๗  

(2) ผู้ทดลองออกอากาศขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๖ 

(3) กสทช. มีมติให้เพิกถอนสิทธิการทดลองออกอากาศ 

(4) ผู้ทดลองออกอากาศขอยกเลิกการทดลองออกอากาศด้วยตนเอง 

ข้อ 28 เมื่อการอนุญาตทดลองออกอากาศสิ้นสุดลง ให้ระงับการออกอากาศทันที และห้ามมิให้ ผู้ทดลองออกอากาศใช้เครื่องวิทยุคมนาคมและสถานีวิทยุคมนาคมเพื่อการทดลองออกอากาศ

บทเฉพาะกาล

ข้อ 29 ในวาระเริ่มแรก ให้ผู้ทดลองประกอบกิจการตามข้อ 5 ดำเนินการปรับปรุงมาตรฐานทางเทคนิค ให้เป็นไปตามประกาศนี้ และยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยวิทยุคมนาคมให้แล้วเสร็จภายในหกเดือน นับแต่วันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ

เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วปรากฏว่า ผู้ทดลองประกอบกิจการดำเนินการแล้วเสร็จภายใน ระยะเวลาที่กำหนด ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งวันเริ่มทดลองออกอากาศและแจ้งเงื่อนไขการทดลองออกอากาศให้ ผู้ทดลองออกอากาศทราบ และให้การทดลองออกอากาศมีผลนับแต่วันที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยวิทยุ คมนาคมครบถ้วนเป็นต้นไป และให้พนักงานเจ้าหน้าที่รายงานผลการดำเนินงานต่อ กสทช. เพื่อทราบภายในสามสิบ วันทำการ

กรณีผู้ทดลองประกอบกิจการไม่ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนดตามวรรคหนึ่ง ให้สิทธิ ในการทดลองออกอากาศตามประกาศนี้สิ้นสุดลงทันทีนับแต่วันที่ครบกำหนดระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ในระหว่างการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ทดลองประกอบกิจการระงับการออกอากาศทันทีนับแต่ วันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ และห้ามมิให้ใช้เครื่องวิทยุคมนาคมและสถานีวิทยุคมนาคมเพื่อการทดลองออกอากาศ ตามประกาศนี้จนกว่าจะได้รับแจ้งจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามวรรคสอง 

ข้อ 30 การยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยวิทยุคมนาคมตามข้อ 29 วรรคหนึ่ง ให้ผู้ทดลอง ประกอบกิจการยื่นต่อสำนักงาน กสทช. ด้วยตนเอง ณ ที่ทำการสำนักงาน กสทช. หรือผ่านระบบการยื่นคำขอรับ อนุญาตทางอิเล็กทรอนิกส์ของสำนักงาน กสทช.

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาออกใบอนุญาตให้ทำหรือให้ใช้เครื่องวิทยุคมนาคมตามวรรคหนึ่งให้แล้ว เสร็จภายในสามวันทำการนับแต่วันที่คำขอ เอกสารหลักฐาน และค่าธรรมเนียมใบอนุญาตครบถ้วน ทั้งนี้ ให้พนักงาน เจ้าหน้าที่ปรับปรุงข้อมูลใบอนุญาตให้ตั้งสถานีวิทยุคมนาคมให้สอดคล้องกับใบอนุญาตให้ใช้เครื่องวิทยุคมนาคมและ ให้เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง มาตรฐานทางเทคนิคเครื่องส่งวิทยุกระจายเสียงระบบเอฟเอ็ม กำลังส่งต่ำ

ข้อ 31 บรรดาคำขอต่ออายุการอนุญาตทดลองประกอบกิจการตามประกาศคณะกรรมการกิจการ กระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์การอนุญาตทดลองประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง พ.ศ. 2555 และประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลการทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง พ.ศ. 2556 และ ที่แก้ไขเพิ่มเติม ที่ได้ยื่นไว้แล้วโดยชอบก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ ให้ผู้ทดลองประกอบกิจการที่ยื่นคำขอและเอกสาร หลักฐานพร้อมทั้งชำระค่าดำเนินการและเงินเพิ่ม (ถ้ามี( ครบถ้วนถูกต้อง เป็นผู้ทดลองออกอากาศตามประกาศนี้ และ ให้สำนักงาน กสทช. แจ้งให้ผู้ทดลองออกอากาศดังกล่าวดำเนินการตามข้อ 29 ต่อไป

ข้อ 32 บรรดาคำร้องขอเปลี่ยนแปลงข้อมูลการอนุญาตทดลองประกอบกิจการตามประกาศ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์การอนุญาต ทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง พ.ศ. 2555 และประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการ โทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลการทดลองประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง พ.ศ. 2556 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ที่ได้ยื่นไว้แล้วโดยชอบก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ ให้พิจารณา ต่อไปโดยให้นำประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง  หลักเกณฑ์การอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง พ.ศ. 2555 และประกาศคณะกรรมการกิจการ กระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลการทดลองประกอบ กิจการวิทยุกระจายเสียง พ.ศ. 2556 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาใช้บังคับแก่การพิจารณาคำร้องดังกล่าวโดยอนุโลม ทั้งนี้ ผลการพิจารณาคำร้องของ กสทช. ให้ถือเป็นที่สุด  

ทั้งนี้ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับได้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2567

ประกาศ ณ วันที่ ..... พ.ศ. ...

พลเอก สุกิจ ขมะสุนทร

กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ 
ทำหน้าที่ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

อ่านฉบับเต็ม (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์ว่าด้วยการทดลอง ออกอากาศวิทยุกระจายเสียงในระบบเอฟเอ็มกำลังส่งต่ำ พ.ศ. ...

Powered by MakeWebEasy.com