วิชา มหาคุณ ยกคดีศาลฎีกา ชี้ ใช้ถุงคลุมหัวเจตนาฆ่า จี้สอบเบื้องหลัง ย้ำ วิธีจารีตนครบาล ล้าสมัยแล้ว

Last updated: 2021-08-27  |  4619 จำนวนผู้เข้าชม  | 

วิชา มหาคุณ ยกคดีศาลฎีกา ชี้ ใช้ถุงคลุมหัวเจตนาฆ่า จี้สอบเบื้องหลัง ย้ำ วิธีจารีตนครบาล ล้าสมัยแล้ว

ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณ ชี้คดี “ผกก.โจ้” อย่าปิดฟ้าด้วยฝ่ามือ บอก ชัดเจนแค่เอาถุงดำคลุมหัวถือว่ามีเจตนาฆ่าชัดเจน แม้จะพยายามสู้ว่าไม่มีเจตนาก็ตาม จี้ สอบใครอยู่เบื้องหลัง

เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 27 สิงหาคม 2564 ที่รัฐสภา ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณ คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ….. รัฐสภา กล่าวถึงคดี พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ ผู้กำกับโจ้ อดีต ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ และพวก ผู้ต้องหาคดีร่วมกันฆ่าผู้ต้องหาค้ายาเสพติด ใช้ถุงคลุมหัวผู้ต้องหาเสียชีวิตอย่างทรมาน ที่สังคมยังกังวลว่าทางกระบนการสอบสวนอาจจะมีการช่วยเหลือกันว่า ตนขอใช้คำว่าอย่าปิดฟ้าด้วยฝ่ามือ เพราะออกมาเหมือนกับการเปลือยล่อนจ้อนว่าการกระทำนั้นเป็นอย่างไรบ้าง

“ซึ่งแสดงถึงอิทธิพลของโซเชียลมีเดีย อย่างชนิดที่เรียกว่าไม่มีใครยับยั้งได้ มันเหมือนพายุร้ายที่กวาดล้างความไม่ดีงามต่างๆ ซึ่งโซเชียลมีเดียมีอิทธิพลอย่างสำคัญ เพราะฉะนั้นใครจะทำอะไรต้องระวัง แต่การระวังในที่นี้ ไม่ได้หมายความว่า ระวังว่าทำอะไรไม่ให้มีใครเห็นเพราะเดี๋ยวนี้หูตาประชาชน และคนในวงการเขาทนไม่ไหว ถ้าไม่ใช่คนในวงการถ่ายคลิปไว้ก็คงจะไม่สามารถเอามาเปิดเผยได้ เพราะเขาปลดกล้องออกหมด”

ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณ กล่าวต่อว่า แสดงให้เห็นว่า แนวทางการป้องกันปราบปรามการทุจริตหรือประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐทั่วโลกในขณะที่ใช้หลักผู้แจ้งเบาะแส แจ้งข้อมูล ไม่ว่าจะอยู่ซอกไหน หลืบไหน ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามมีอำนาจในมือคือ “มือถือ” โมบายโฟน องค์การต่อต้านทุจริตของโลกยอมรับ และขณะนี้ก็พยายามที่จะปกป้องคุ้มครองคนที่ให้เบาะแส ให้ข้อมูล โดยเป็นความลับและมีคนที่กวาดล้างอย่างนี้ที่เป็นเด็กธรรมดาเป็นคนถ่ายคลิป และมีพยานหลักฐานที่สามารถลงโทษได้ถึงจำคุกตลอดชีวิต ซึ่งทำกันในหลายประเทศ การกวาดล้างทุจริตได้ก็เพราะอิทธิพลของโซเชียลมีเดีย เขาเรียกว่านักข่าวเยาวชน

เมื่อถามว่า ปกติกระบวนการสอบสวนคดีเคยมีการเอาถุงดำมาคลุมหัวผู้ต้องหาหรือไม่ นายวิชา กล่าวว่า ศาลฎีกาเคยวินิจฉัยไว้ในคำพิพากษาที่ 5332/2560 ว่าตำรวจที่ใช้วิธีการนี้ในการสอบสวน และพยายามอ้างว่า ไม่ได้เจตนาฆ่า แค่ทำร้ายและมีผลให้ถึงแก่ความตาย ศาลฎีกาบอกว่า การที่คุณเอาถุงซึ่งขาดอากาศหายใจ ไปครอบหัวเขา แสดงให้เห็นอยู่แล้วว่า คุณย่อมเล็งเห็นผลว่าเขาจะขาดอากาศหายใจและตายได้ เพราะฉะนั้นจึงวางหลักไว้ในคดีนั้นว่าจำเลยจึงมีเจตนาฆ่า อย่างนี้ชัดเจนหรือไม่

เมื่อถามว่า จากนี้ต้องดูการรวบรวมพยานหลักฐานที่จะนำไปสู้คดีในชั้นศาลใช่หรือไม่ นายวิชา กล่าวว่า เมื่อชัดเจนอย่างนี้ ข้อเท็จจริงยุติแล้วว่าใช้ถุงดำครอบหัวเขาจริงๆ และครอบหลายชั้นซึ่งไม่ใช่ชั้นเดียว ภาพ 10 นาทีที่เผยแพร่ออกมาครั้งหลังสุด ชัดเจนมาก เหมือนการไต่สวนกลางเมือง เพราะฉะนั้นกระบวนการต่อไปนี้ เขาถึงพยายามเบี่ยงเบน พยายามสู้ว่าไม่ได้มีเจตนาที่จะฆ่า แต่คำพิพากษาศาลฎีกาดังกล่าวชัดแล้ว และศาลฎีกาไม่มีความไม่ยุติธรรม ไม่มีอคติกับใครทั้งสิ้น

ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณ กล่าวต่อว่า แนวทางที่ต้องดำเนินการต่อไปคือสอบสวนสืบสวนอะไรของเขาก็สุดแล้วแต่ ซึ่งมันผิดปกติ เพราะการสอบสวนเป็นการสอบสวนที่จะต้องดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เพราะฉะนั้นในแนวทางนี้หมายความว่า ต้องอาศัยนิติวิทยาศาสตร์ และอีกหลายอย่าง รวมทั้งกระบวนการที่จะต้องค้นหาความจริงว่ามีใครร่วมมืออยู่เบื้องหลังอีก และมีการทำแบบนี้อีกเท่าไหร่ ที่คนต้องถูกทรมานแบบนี้ วิธีการอย่างนี้เขาเรียกว่าจารีตนครบาล ซึ่งเป็นวิธีการที่ล้าสมัย

ถามต่อว่า การปฏิรูปตำรวจควรจะปฏิรูปกระบวนการสอบสวนไปด้วยหรือไม่ ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณ กล่าวว่า นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ส่งร่าง พ.ร.บ. สอบสวนคดีอาญา มายังคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว ซึ่งเราพยายามเร่งให้นำเข้า ครม. เพื่อจะได้เสร็จและปฏิรูปไปด้วยกัน

ขอขอบคุณข้อมูลภาพข่าวจากหนังสือพิมพ์มติชนออนไลน์ https://www.matichon.co.th/politics/news_2908032

Powered by MakeWebEasy.com