คปภ.ปลุกพลังอาสาสมัครประกันภัย 18 จังหวัดภาคกลาง-กรุงเทพฯ พร้อมประกาศเจตนารมณ์ส่งต่อความรู้ด้านประกันภัยสู่ชุมชน

คปภ.ปลุกพลังอาสาสมัครประกันภัย 18 จังหวัดภาคกลาง-กรุงเทพฯ พร้อมประกาศเจตนารมณ์ส่งต่อความรู้ด้านประกันภัยสู่ชุมชน

คปภ.ปลุกพลังอาสาสมัครประกันภัย 18 จังหวัดภาคกลาง-กรุงเทพฯ พร้อมประกาศเจตนารมณ์ส่งต่อความรู้ด้านประกันภัยสู่ชุมชน

นายชนะพล มหาวงษ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เป็นประธานเปิด “การประชุมสัมมนาสานสัมพันธ์เครือข่ายอาสาสมัครประกันภัยภาคกลาง” ประจำปี 2562 เมื่อวันที่ 27-28 สิงหาคม 2562 ณ เดอะเกรซ รีสอร์ท อัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เครือข่ายอาสาสมัครประกันภัยในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงาน คปภ.ภาค 6 (ชลบุรี) จำนวน 9 จังหวัด ประกอบด้วย ชลบุรี ปทุมธานี จันทบุรี ระยอง ตราด สระแก้ว ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ สมุทรสาคร และอาสาสมัครประกันภัยที่อยู่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงาน คปภ. ภาค 7 (นครปฐม) จำนวน 8 จังหวัด ประกอบด้วย นครปฐม พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี นนทบุรี เพชรบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี สมุทรสงคราม รวมทั้ง อาสาสมัครประกันภัยที่อยู่ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการประกันภัย และขับเคลื่อนพลังเครือข่ายของอาสาสมัครเพื่อนำระบบประกันภัยไปสู่ชุมชน โดยเน้นการให้ความรู้เกี่ยวกับด้านประกันภัย การเปิดเวทีเสวนาวิชาการในหัวข้อ “คปภ.ผนึกพลังเครือข่ายอาสาสมัครประกันภัยทั่วประเทศ เพื่อสร้างเครือข่ายการทำงานช่วยเหลือประชาชนด้านการประกันภัย กรณีเกิดอุบัติเหตุจากรถ” โดยมีวิทยากรผู้ทรงวุฒิจาก สำนักงาน คปภ. และกองทุนประกันวินาศภัยและกองทุนประกันชีวิตเข้าร่วมเสวนารวมทั้งมีการถอดบทเรียนการทำงานของอาสาสมัครประกันภัย การสัมมนาครั้งนี้มีตัวแทนอาสาสมัครประกันภัยจาก 18 จังหวัดภาคกลาง-กรุงเทพฯ เข้าร่วมงานกว่า 190 คน


นายชนะพล มหาวงษ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย

นางสายขวัญ เกตุดำ ผู้อำนวยการภาคอาวุโส สำนักงาน คปภ. ภาค 6 (ชลบุรี)

ต่อจากนั้น รองเลขาธิการ คปภ. ได้นำอาสาสมัครประกันภัยในพื้นที่ภาคกลางและกรุงเทพฯ ร่วมกันกล่าวคำปฎิญาณและประกาศเจตนารมณ์ในการขับเคลื่อนพลังเครือข่ายอาสาสมัครประกันภัยเพื่อนำระบบประกันภัยสู่ชุมชน 6 ข้อ คือ 1.เราจะจงรัก ภักดี ต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ 2.เราจะยกย่อง เชิดชู การทำความดีในทุกรูปแบบ 3.เราจะช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนด้านการประกันภัย 4.เราจะเป็นสื่อกลางระหว่างประชาชนกับสำนักงาน คปภ. 5.เราจะเผยแพร่ความรู้และประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารด้านประกันภัยให้แก่ชุมชนในท้องถิ่น 6.เราจะสนับสนุนการปฏิบัติงานของสำนักงาน คปภ.

ในโอกาสนี้ รองเลขาธิการ คปภ. ได้กล่าวกับตัวแทนอาสาสมัครประกันภัยที่เข้าร่วมงานในตอนหนึ่งว่า อาสาสมัครประกันภัย เป็นกลุ่มบุคคลที่มีศักยภาพในท้องถิ่นที่มีบทบาทและใกล้ชิดกับประชาชน ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการ นำความรู้ด้านประกันภัยไปสู่ชุมชนของตนเอง โดยมีบทบาทที่สำคัญ 4 ประการ คือ ประการแรก เผยแพร่ความรู้และประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารด้านการประกันภัยให้กับชุมชนในท้องถิ่นได้รับความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง ประการที่สอง ช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนด้านการประกันภัย ประการที่สาม เป็นสื่อกลางระหว่างประชาชนกับ สำนักงาน คปภ. หรือบริษัทประกันภัย และประการที่สี่ สนับสนุนการปฏิบัติงานของสำนักงาน คปภ

โดยปีนี้มีกิจกรรมที่สำคัญให้อาสาสมัครประกันภัยที่เข้าอบรมครั้งนี้ช่วยเป็นกระบอกเสียงประชาสัมพันธ์ไปใน วงกว้างด้วย ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สำนักงาน คปภ. ได้ร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เช่น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย คณะกรรมการวิสามัญขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศมูลนิธิเมาไม่ขับ กล่าวคือ การรณรงค์ประชาสัมพันธ์กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจให้ผู้ขับขี่รถรถยนต์ได้ตระหนักถึงกรณีผู้ขับขี่รถยนต์ที่ทำประกันภัยภาคสมัครใจแล้วเกิดอุบัติเหตุ แต่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จะไม่ได้รับความคุ้มครองทั้งชีวิตและทรัพย์สิน แต่บุคคลภายนอกยังได้รับความคุ้มครองจากประกันภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สินเหมือนเดิม รวมทั้ง การรณรงค์ประชาสัมพันธ์การลดเบี้ยประกันภัยร้อยละ 5-10 ให้กับผู้เอาประกันภัยที่ติดกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (Closed Circuit Television : CCTV)ภายในรถยนต์ สำหรับกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ

นอกจากนี้ยังมีการรณรงค์ประชาสัมพันธ์กรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุสำหรับรายย่อย (ประกันภัย 100 และ ประกันภัย 222) ซึ่งเป็นกรมธรรม์ที่ต่อยอดความสำเร็จของกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุสำหรับรายย่อย 100 หรือประกันภัย 100 โดยกรมธรรม์ประกันภัย 222 เบี้ยประกันภัย222 บาทต่อปี จะให้ความคุ้มครองผลประโยชน์ ค่ารักษาพยาบาล เนื่องจากอุบัติเหตุไม่เกิน 5,000 บาทต่อปี ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ เหมือนกับกรมธรรม์ประกันภัย 100 เมื่อซื้อแล้วจะคุ้มครอง 1 ปี หาซื้อได้จากตัวแทน/นายหน้าประกันภัย ร้านสะดวกซื้อที่เข้าร่วมโครงการ ตลอดจนการรณรงค์ให้ประชาชนโหลดแอพพลิเคชั่นกลาง “Me Claim” คลิกเดียว- ฉับไว-อุ่นใจ ประกันมา ปุ่มเดียวแจ้งเคลมประกันและตำรวจเพื่อใช้เป็น Application กลางที่เชื่อมต่อกับ Application แจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายของตำรวจ “Police I Lert u” ทำให้เมื่อเกิดอุบัติเหตุรถชนกันก็สามารถแจ้งทั้งบริษัทประกันภัยและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ในคราวเดียวโดยนำระบบเทคโนโลยีประกันภัยเข้ามาช่วยลดปัญหาการจราจรบนถนนได้อีกด้วย 


รวมทั้ง รองเลขาธิการ คปภ. ยังให้ข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาเรื่องร้องเรียนด้านประกันภัย ตลอดจนสาเหตุที่มีการเพิกถอนใบอนุญาตคนกลางประกันภัย ซึ่งหลายเรื่องมาจากกรณีที่มีการจ่ายเบี้ยประกันภัยให้กับคนกลางประกันภัยแล้ว คนกลางประกันภัยไม่นำเบี้ยประกันภัยส่งบริษัทประกันภัย ทำให้กรมธรรม์ขาดอายุและผู้เอาประกันภัยได้รับความเสียหาย จึงขอให้อาสาสมัครประกันภัยเตือนคนในชุมชนให้ระมัดระวังการจ่ายเบี้ยประกันภัยด้วย โดยวิธีที่ปลอดภัยที่สุด คือ จ่ายเบี้ยประกันภัยเข้าบัญชีโดยตรงของบริษัทประกันภัย


"ผมขอขอบคุณอาสาสมัครประกันภัยทุกท่านเป็นอย่างยิ่ง เพราะอาสาสมัครประกันภัยเป็นบุคคลที่เสียสละ บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม เป็นผู้มีจิตอาสา และศรัทธาในงานของสำนักงาน คปภ. ใช้เวลา สติปัญญา ตลอดจนความรู้ความสามารถ เพื่อช่วยเหลือ และสนับสนุนส่งเสริมให้ประชาชนในพื้นที่เห็นประโยชน์จากการประกันภัย รวมทั้งให้คำปรึกษาและแนะนำประชาชนรู้เท่าทันสิทธิด้านการประกันภัย เพื่อให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจ เกิดความเชื่อมั่นและเข้าถึงการประกันภัยได้เพิ่มมากขึ้น ดังนั้นจึงนับได้ว่าอาสาสมัครประกันภัยมีความสำคัญและมีคุณค่าทั้งต่ออุตสาหกรรมประกันภัยและต่อประเทศชาติอย่างแท้จริง" รองเลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย

นายไมตรี ชนูดหอม ผู้อำนวยการสำนักงาน คปภ. จังหวัดนนทบุรี เผยว่าได้นำผู้แทนอาสาสมัครประกันภัยในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี เข้าร่วมงานในครั้งนี้จำนวน 10 คน ประกอบด้วยนายสมจิตต์ วุฒิสุทธิ์ นางละมัย มั่งคง นายสุทนต์ กล้าการขาย นายธนากรณ์ รัตตมณี นายธนู พาชีรัตน์ นายสำรวย เข็มกลัด นางนิภาพรรณ สุขเทียน นางสุภาณี แจ่มนาม นางประเสริฐ ท้วมมา และนางสมพร พาชีรัตน์ เพื่อส่งต่อความรู้ด้านประกันภัยสู่ชุมชน ท้องถิ่น ต่อไป

Powered by MakeWebEasy.com