รายการ "ศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน" วันศุกร์ที่ 25 มกราคม 2562

Last updated: 2019-01-25  |  1663 จำนวนผู้เข้าชม  | 

รายการ "ศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน" วันศุกร์ที่ 25 มกราคม 2562

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
กล่าวในรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน”
ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย
วันศุกร์ที่ 25 มกราคม 2562 เวลา 20.15 น.
-------------------------

สวัสดีครับ พ่อแม่พี่น้องชาวไทยที่รักทุกท่าน พบกันทุกวันศุกร์ หรือที่เรียกว่าวันแห่งความสุขเช่นเคย บ้านเมืองของเรามีเรื่องที่ดีมากมาย ผมอยากให้พวกเราแชร์ความสุขร่วมกัน อาทิ ทีมฟุตบอลช้างศึกไทยเข้ารอบ 6 ทีมสุดท้ายเอเชียนคัพ คงต้องพยายามต่อไป น้องเมย์ รัชนก อินทนนท์ คว้าแชมป์มาเลเซียมาสเตอร์ส 2019 เป็นสมัยที่ 2 ได้สำเร็จ หรือโปรแจ๊ส อติวิชญ์ เจนวัฒนานนท์ ได้แชมป์เอสเอ็มบีซี สิงคโปร์ โอเพน เป็นต้น

นอกจากนี้ เรายังได้รับโบราณวัตถุ และศิลปวัตถุคืนจากสหรัฐอเมริกาอีกเกือบ 50 รายการ ล้วนแต่เป็นโบราณวัตถุยุคก่อนประวัติศาสตร์สมัยวัฒนธรรมบ้านเชียง อายุมากกว่า 1,500 ปี และติดตามโบราณวัตถุที่ถูกลักลอบออกนอกประเทศนั้น เราได้รับมอบคืนในรัฐบาลนี้จำนวน 8 ครั้ง รวมโบราณวัตถุที่ได้รับคืนกว่า 750 รายการ เรื่องราวทั้งหลายเหล่านี้ ล้วนเป็นความสุขความภาคภูมิใจของคนทั้งชาติ และถือเป็นความสำเร็จร่วมกัน 

อีกเรื่องหนึ่งคือ ธนาคารโลกได้แสดงความเชื่อมั่นว่า เศรษฐกิจไทยจะเติบโตแข็งแรงอย่างต่อเนื่องอีกอย่างน้อย 2 ปี ปัจจัยเรื่องสำคัญคือ การเติบโตจากความต้องการสินค้าและบริการภายในประเทศที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งการบริโภคและการลงทุนของภาคเอกชน และภาครัฐ อีกทั้งนโยบายภาครัฐช่วยให้เราสามารถรับมือการเปลี่ยนแปลง และแรงต้านของเศรษฐกิจโลกได้ดีเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ 

ทั้งนี้ รัฐบาลได้จัดทำรายงานผลการดำเนินงานของรัฐบาลปีที่ 4 ขึ้น เพื่อแสดงให้ทุกภาคส่วนได้รับรู้และเข้าใจ ว่า รัฐบาลและ คสช.ได้แก้ปัญหาในอดีต พร้อมทั้งวางรากฐานการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนให้กับประเทศชาติ และพวกเราทุกคนอย่างไรบ้าง พี่น้องประชาชนสามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์รัฐบาลไทย หรือสภาพัฒน์ ตามที่แสดงบนหน้าจอ 

สัปดาห์หน้ารัฐบาลได้จัดมหกรรมการสร้างการตระหนักรู้ต่อยุทธศาสตร์ชาติ "Big Bang อนาคตไทยอนาคตเรา" ระหว่างวันพุธที่ 30 มกราคม ถึงวันศุกร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ ณ ลานด้านหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เพื่อให้คนไทยทั้งชาติได้รับรู้ถึงบริบทของโลก และความท้าทายในอนาคต เข้าใจแนวคิด และสาระสำคัญของยุทธศาสตร์ชาติ รวมทั้งร่วมมือกันทุกภาคส่วนในการที่จะสร้างไทยไปด้วยกัน ด้วยการขับเคลื่อนบ้านเมืองของเราไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง อย่างยั่งยืน ผมขอเชิญพี่น้องประชาชนมีส่วนร่วมในงานดังกล่าว ตามวันเวลา สถานที่ที่กำหนด และขอให้พี่น้องสื่อมวลชนทุกแขนง เป็นส่วนหนึ่งในการเดินหน้าประเทศไทยของเรา ด้วยการนำพาสาระ ความรู้เกี่ยวกับยุทธศาสตร์ชาติฉบับแรกในประวัติศาสตร์ชาติไทยไปสู่พี่น้องประชาชนอย่างทั่วถึงด้วย

พี่น้องประชาชนที่รักครับ สัปดาห์นี้มีประเด็นการปฏิรูปประเทศอยู่ในความสนใจของพี่น้องประชาชนในวงกว้างที่ผมอยากจะกล่าวถึงหลักคิดของรัฐบาลในการบริหารจัดการให้เกิดความยั่งยืนจำนวน 2 เรื่อง เรื่องที่หนึ่ง คือ การบริหารจัดการทรัพยากรที่ดินที่มีอยู่อย่างจำกัด แต่จะบริหารอย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและมีธรรมาภิบาล โดยเราจะต้องใช้ที่ดิน หรือทรัพยากรทั้งปวงของประเทศให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มสูงสุดไปพร้อมๆ กับการพัฒนาคนด้วยการศึกษา และการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วย อาทิ การใช้ Agri Map มาช่วยพิจารณาที่ดินในการเพาะปลูกให้เหมาะสมกับสภาพดิน น้ำ อากาศ และตลาด ในขณะเดียวกันก็ยกระดับเกษตรกรให้เป็น Smart Farmer ด้วยการเพิ่มพูนความรู้ผ่านเน็ตประชารัฐ หรือ ศพก. ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร ที่ช่วยให้เกษตรกรของเราสามารถลดต้นทุน และเพิ่มผลผลิตได้ด้วย ไม่ใช่ปลูกพืชที่ไม่ได้ผล ก็ทนปลูกต่อไป โดยที่รัฐบาลก็ไม่อาจจะเข้าไปส่งเสริมได้ บางพื้นที่เราอาจจะต้องส่งเสริมให้เป็นการใช้ประโยชน์เป็นอย่างอื่น เพื่อจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มากกว่า สร้างงาน สร้างรายได้ ตามที่ชาวชุมชนต้องการ หรือที่เรียกว่า ระเบิดจากข้างใน เราต้องเน้นการมีส่วนร่วม เราต้องผลักดันให้มีหน่วยงานใหม่เข้ามารับผิดชอบในการบริหารที่ดินของประเทศ ในลักษณะเดียวกับ สนทช. สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เพื่อให้เกิดการบูรณาการ การใช้ประโยชน์ ทั้งที่ดินของเอกชนและของรัฐได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ซึ่งต่อไปเกษตรกรและผู้มีรายได้น้อยก็จะมีที่ดินทำกิน มีเงินอุดหนุนจากรัฐบาล ได้รับการส่งเสริมอาชีพ รวมทั้งชุมชนก็ได้มีพื้นที่ป่า ได้ดูแล ได้สร้างประโยชน์ร่วมกัน เหล่านี้เป็นต้น

เรื่องที่สอง การกำหนดให้ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับการรักษาโรคและบริการรักษาพยาบาลเป็นรายการสินค้าและบริการควบคุมใหม่ในปี 2562 นี้ เพื่อให้การบริการเป็นไปตามมาตรฐาน เหมาะสม โปร่งใส และเป็นธรรม โดยจะมีคณะอนุกรรมการพิจารณาราคายาและเวชภัณฑ์ ค่ารักษาพยาบาล ค่าบริการทางการแพทย์ และค่าบริการอื่นๆ ของสถานพยาบาล ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจากกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข กรมบัญชีกลาง สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สมาคมประกันชีวิตไทย สมาคมประกันวินาศภัย สมาคมโรงพยาบาลเอกชน มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และผู้ทรงคุณวุฒิด้านเศรษฐศาสตร์ มาร่วมกันพิจารณากำหนดมาตรการที่เหมาะสมและเป็นธรรม

ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการดังกล่าวมีหน้าที่ในการศึกษา วิเคราะห์ พัฒนาแนวทาง หลักเกณฑ์ กลไก วิธีการ รวมทั้งเสนอแนะการกำหนดมาตรการดูแลความเหมาะสมในการที่จะคำนวณค่ายา ราคายาที่เป็นธรรมสำหรับทุกฝ่าย ทั้งผู้บริโภค และผู้ประกอบการ เช่น ให้เกิดความเหมาะสมและเป็นธรรมสำหรับพี่น้องประชาชน ที่จะต้องมีหลักฐานในการคิดค่ายา เวชภัณฑ์ ค่ารักษาพยาบาล และจะต้องมีการติดป้ายอัตราค่ารักษาพยาบาล ยาและเวชภัณฑ์ให้ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบหรือสอบถาม ก่อนตัดสินใจเข้ารับการรักษา ซึ่งกฎหมายมีก่อนอยู่แล้ว แต่เราต้องทำให้ได้ เข้มงวดกันให้มากยิ่งขึ้น และตอบโจทย์ในครั้งนี้ได้ด้วย ความเหมาะสมและเป็นธรรมสำหรับโรงพยาบาลเอกชน ก็คือไม่ทำให้สูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะในเรื่องของคุณภาพการรักษาพยาบาล ผมอยากให้มองปัญหาด้วยความเป็นจริง ว่าเราต้องมีทั้งโรงพยาบาลรัฐและเอกชน เพื่อจะเป็นทางเลือกให้บริการกับพี่น้องประชาชนในทุกระดับ แต่ก็จำเป็นต้องปรับมาตรฐานให้ได้ ปรับเรื่องความเป็นธรรมให้ได้ บางทีก็มากเกินไป ราคายา ราคาค่ารักษาพยาบาลที่สูงเกินเหตุ ต้องมีเหตุมีผลซึ่งกันและกัน เราก็จำเป็นต้องมีการปฏิรูปการให้บริการสุขภาพของรัฐ ให้มีมาตรฐาน ให้มีการบริการอย่างทั่วถึง โดยเน้นการป้องกันมากกว่าการรักษา 

อีกทั้ง สามารถรองรับสังคมผู้สูงวัยในอนาคตได้ด้วย ในขณะที่ โรงพยาบาลเอกชนก็สามารถรองรับนโยบายเมดิคัล ฮับ (Medical Hub) ที่เชื่อมโยงไปกับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ซึ่งมีมูลค่าทางเศรษฐกิจหลายหมื่นล้านบาทต่อปี โดยมีแนวโน้มลูกค้าจากต่างประเทศเข้ามาเป็นจำนวนมาก 

ดังนั้น การกำหนดให้ยาและเวชภัณฑ์ รวมทั้งบริการรักษาพยาบาล เป็นสินค้าและบริการควบคุม ในครั้งนี้หากมีความชัดเจน สามารถสร้างความสมดุลระหว่างราคากับคุณภาพได้ ก็จะช่วยให้เกิดความพึงพอใจแก่ประชาชนผู้มารับการรักษา และโรงพยาบาล เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาและวางรากฐานอนาคตได้อย่างยั่งยืน

สุดท้ายนี้ ผมขอหยิบยกผลการดำเนินงานของรัฐบาล ที่เกี่ยวกับการพัฒนาทุนมนุษย์ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญที่สุดในการพัฒนาประเทศ จำนวน 2 เรื่อง ได้แก่ 

1. การสร้างสังคมคุณภาพ เพื่อให้ทุกคนอยู่ดีมีสุขสำหรับคนทุกกลุ่ม อาทิ เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิด กองทุนสวัสดิการชุมชนและที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย เป็นต้น 

และ 2. การยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานไทยผ่านกองทุนประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทนที่มีการแก้ไข เพื่อเพิ่มเติมสวัสดิการให้พี่น้องแรงงานให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยขอให้ติดตามชมรายละเอียดจากวิดีทัศน์หลังจากนี้ ความยาวประมาณ 7 นาที

ขอบคุณนะครับ ขอให้ทุกคนรักษาสุขภาพ ทุกครอบครัวมีความสุขทุกๆ วัน สวัสดีครับ

ชมรายการย้อนหลังผ่านยูทูป ช่องวีดีโอ chorsaard

 

Powered by MakeWebEasy.com